โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประชาธิปัตย์ หยุด! แผนรัฐบาล ยื่นศาล รธน. สอบพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

TOJO NEWS

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin Tojo

ประชาธิปัตย์ เตือน! ขัดกฎหมาย-ทำลายวินัยการคลัง แนะลดภาษีน้ำมัน 7 บาท-โอนงบฯ ค้างท่อ แทนการสร้างหนี้ชั่วลูกชั่วหลาน

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม สส. พรรคว่า สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติวันนี้ว่า รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มเติมอีก 4 แสนล้านบาท ด้วยการออกพระราชกำหนดกู้เงิน ซึ่งเป็นอำนาจที่รัฐบาลอ้างว่า รัฐธรรมนูญตามมาตรา 172 ได้มอบให้กับรัฐบาลดำเนินการ สามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติมจากการขาดดุลในงบประมาณได้ แต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้หารือกันภายในในเรื่องนี้ และเรามีมติเห็นตรงกันว่า การออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ ไม่น่าจะชอบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และพรรคประชาธิปัตย์ได้มีมติว่าเราจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาความเหมาะสม ความถูกต้อง การใช้อำนาจโดยรัฐบาล ในการที่จะออก พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้

“เท้าความนิดนึงก็คือ รัฐบาลสามารถที่จะมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ได้อยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ พูดง่ายๆ ก็คือในแต่ละปี สามารถที่จะกู้เงินมาเพื่อชดเชยการขาดดุลในงบประมาณได้ ซึ่งกู้ได้มหาศาล แล้วสาเหตุที่ประเทศไทยเราจนถึงทุกวันนี้ มีสถานะทางการคลังที่ถือว่าค่อนข้างมั่นคงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ หลายประเทศ ก็เป็นเพราะว่าทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาเนี่ย ถูกบังคับให้อยู่ในวินัยทางการคลังที่กำหนดโดย พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ

อย่างเช่นในปี 2570 งบประมาณปีหน้าที่จะมีการพิจารณา รัฐบาลก็ได้เสนอว่าจะมีการใช้รายจ่ายมากกว่ารายได้ถึงประมาณเกือบ ๆ 8 แสนล้านบาท ซึ่งเพดานเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะก็ได้กำหนดไว้ว่า รัฐบาลไม่สามารถที่จะกู้ได้มากกว่าประมาณ 8 แสนล้านบาท ทุก ๆ รัฐบาลมีข้อจำกัดนี้มาโดยตลอด ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่มีรัฐบาลไหนสามารถที่จะใช้เงินเกินตัวได้ ไปหยิบเงินในอนาคตของพี่น้องประชาชนมาใช้ได้เกินความเหมาะสม และก็เป็นเหตุผลที่ทำให้จนถึงทุกวันนี้ สถานะทางการคลังของประเทศไทยเราต้องถือว่าค่อนข้างมั่นคง” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า คราวนี้ตามกฎหมาย ก็ได้เปิดช่อง มีความยืดหยุ่นไว้ให้กับฝ่ายบริหาร ว่าในกรณีที่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินจริง ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็สามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติม นอกเหนือจากการขาดดุลในงบประมาณ คือมาตรา 172 ตามรัฐธรรมนูญที่มีการอ้างกัน และนั่นก็คือเหตุการณ์การออก พ.ร.ก. ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูในอดีต จะมีการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติมในลักษณะนี้โดยอาศัยมาตรา 172 นั้น ล้วนเป็นวิกฤตระดับมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงต่อประเทศชาติทั้งสิ้น ย้อนกลับไปไม่ว่าจะเป็นปี 2541 ตอนที่มีการออก พ.ร.ก. สืบเนื่องมาจากประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ในวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือปี 2552 ที่มีการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติม เพื่อที่จะมาแก้ปัญหาวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือปี 2565 ที่มีการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อที่จะมาแก้ปัญหาวิกฤตโควิด จะเห็นว่าในแต่ละครั้ง มีสภาวะวิกฤตที่มีผลทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีติดลบทุกครั้ง ในแต่ละครั้งมีความจำเป็นเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจากช่องทางอื่นที่รัฐบาลสามารถที่จะใช้ได้ นอกจากการออก พ.ร.ก. กู้เงิน
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า มาถึงสถานะปัจจุบัน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนก็จริง ประเด็นปัญหาเรื่องของน้ำมันแพง มีผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ไม่มีใครเถียง ไม่มีใครปฏิเสธ แต่รัฐบาลมีทางเลือกอื่น และวิกฤตที่เกิดขึ้นในแง่ของประเด็นปัญหาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนนั้น ถามว่ามีผลในระดับมหภาคต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ก็ยังไม่มีความชัดเจน เศรษฐกิจปีที่แล้วโต 2.6% เศรษฐกิจปีนี้แม้มีสงครามตะวันออกกลาง ก็มีการคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 1.5% ยังไม่ติดลบ ทั้งนี้ทั้งนั้นพรรคประชาธิปัตย์อยากที่จะเสนอกลับไปกับทางรัฐบาลว่า แทนที่จะออก พ.ร.ก. ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลควรที่จะเร่งในการที่จะออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณ อย่างที่รัฐบาลได้พูดไว้หลายอาทิตย์หลายเดือนแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการ

ซึ่งเดิมทีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้ระบุว่าน่าที่จะสามารถที่จะโอนงบประมาณที่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายและไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้ตามงบประมาณฉบับเดิม น่าที่จะโอนเข้ามาเพื่อเป็นการใช้งานในกรณีฉุกเฉินได้อย่างน้อยประมาณ 1 แสนล้านบาท ล่าสุดมีข่าวว่าจะมีการโอนงบประมาณได้เพียงแค่ 5 หมื่นล้านบาท คำถามโดยประชาธิปัตย์ที่อยากที่จะถามก็คือ ทำไมถึงทำได้แค่นั้น แต่ยังไงก็แล้วแต่ ก็ยังมี 5 หมื่นล้านบาท นั้นอยู่ในมือที่สามารถที่จะใช้กับโครงการที่รัฐบาลมองว่าจะเร่งด่วนมากกว่ารายการเดิมในงบประมาณฉบับปัจจุบัน

นอกเหนือจากนั้น ในงบประมาณปี 69 ณ ปัจจุบัน เพดานเงินกู้ยังมีช่องว่างเหลือให้รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มเติมได้ โดยการออกพระราชบัญญัติงบกลางปี ซึ่งช่องว่างนั้นถึงแม้จะไม่มากแต่ก็เป็นหลักกว่าหมื่นล้านบาท สามารถที่จะเอามาบวกกับตัว 5 หมื่นล้าน ที่โอนมาจากรายการอื่น ๆ เป็นเงินหน้าตักให้กับรัฐบาลใช้ในช่วงระหว่างนี้จนถึงวันที่งบประมาณฉบับใหม่ ก็คืองบประมาณฉบับปี 70 มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 1 ตุลาคม ได้

พูดง่ายๆ ก็คือไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีทางเลือก ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีแหล่งเงินอื่นที่สามารถที่จะใช้ได้ รัฐบาลสามารถที่จะใช้แหล่งเงินตามที่ได้ชี้แจงไว้เมื่อสักครู่ ในการที่จะช่วยเหลือเยียวยาดูแลประชาชนจนกว่ารัฐบาลจะมีงบก้อนใหญ่ คือ งบปี 70 ที่จะทำให้รัฐบาลมีเม็ดเงินอีกกว่า 3 ล้านล้านบาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป

นอกเหนือจากนั้น ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็อยากที่จะบอกว่าตลอดช่วงที่ผ่านมาที่มีประเด็นปัญหาเรื่องของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอแนววิธีการในการที่จะเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนอย่างครบถ้วนทุกคน โดยการเสนอให้กระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงลิตรละ 7 บาท ถ้ารัฐบาลได้ดำเนินการตามนี้ อันดับแรกก็คือประชาชนทุกคนได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้น้ำมันโดยตรง หรือประชาชนที่ตอนนี้ต้องแบกรับภาระปัญหาราคาสินค้าสูงขึ้น สืบเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ รวมไปถึงค่าขนส่งของผู้ประกอบการที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงเกินความจำเป็น ซึ่งถ้าทางรัฐบาลได้ดำเนินการตามนี้ ใช้เงินน้อยกว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติมด้วยซ้ำไป ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อน เทียบเท่ากับที่เดือดร้อนอยู่ ณ ปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องของวินัยทางการคลัง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องของช่องทางอื่นที่จริง ๆ แล้วรัฐบาลมี รวมไปถึงมาตรการอื่นที่น่าที่จะส่งผลต่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในแง่ของการลดภาระค่าครองชีพ มากกว่านโยบายที่ หรือโครงการที่รัฐบาลกำลังนำเสนอที่จะผลักดันผ่านตัว พ.ร.ก. กู้เงินใหม่นั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เรายอมไม่ได้ เราจะเดินหน้าในการที่จะยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญได้มีโอกาสได้พิจารณาว่า การปฏิบัติของรัฐบาลตามมติ ครม. ที่มีในวันนี้ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประโยชน์หรือเป็นภัยต่อความอยู่ดีกินดีในปัจจุบันและอนาคตของพี่น้องประชาชน

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...