โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

AI หนุนดีลยักษ์ M&A ทั่วโลก “ญี่ปุ่น” ขึ้นแท่นศูนย์กลางดีลใหม่ แม้สงครามป่วนตลาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 03.41 น.

AI หนุนดีลยักษ์ M&A ทั่วโลก "ญี่ปุ่น" ขึ้นแท่นศูนย์กลางดีลใหม่ แม้สงครามป่วนตลาด ขณะความเสี่ยงลงทุนเกินจริง-ขาดบุคลากรยังน่าห่วง

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.36 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกระแสควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) รอบใหม่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่ญี่ปุ่นกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของดีลธุรกิจ แม้ตลาดการเงินทั่วโลกยังเผชิญความกังวลจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน

บรรดานายธนาคารและที่ปรึกษาทางการเงินมองว่า AI กำลังผลักดันให้ดีล M&A มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างปรากฏการณ์ “K-shaped” หรือความเหลื่อมล้ำระหว่างบริษัทที่มีศักยภาพลงทุนและขยายธุรกิจผ่าน AI กับบริษัทที่ไม่สามารถตามทันได้

Guillermo Baygual ผู้บริหารฝ่าย M&A ระดับโลกของ Citigroup กล่าวว่า แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มความผันผวนให้ตลาด แต่ไม่ได้ทำให้กิจกรรม M&A ทั่วโลกหยุดชะงัก โดยเฉพาะดีลเชิงกลยุทธ์และดีลขนาดใหญ่ เพราะบริษัทต่าง ๆ เริ่มคุ้นชินกับโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และไม่ต้องการรอให้ความไม่แน่นอนหมดไปก่อนจึงค่อยตัดสินใจลงทุน

รายงานของ PwC ระบุว่า ภาคเทคโนโลยีเป็นผู้นำในกลุ่ม“Megadeal” หรือดีลมูลค่าเกิน 5 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา โดยมีการประกาศดีลรวม 26 รายการ สะท้อนว่าการเติบโตของตลาด M&A กำลังถูกขับเคลื่อนโดยดีลขนาดใหญ่มากกว่าการฟื้นตัวทั่วทั้งตลาด

Baygual ระบุว่า ก่อนหน้านี้แทบไม่มีดีลโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ปัจจุบันกลายเป็นตลาดสำคัญ ทั้งในภาคพลังงาน อุตสาหกรรม และศูนย์ข้อมูล (Data Center) พร้อมเชื่อว่า AI จะเป็นตัวกระตุ้นกิจกรรม M&A ในแทบทุกอุตสาหกรรม

เขามองว่า ทุกบริษัทและทุกสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอยู่ จะต้องตั้งคำถามว่าตัวเองพร้อมสำหรับ AI หรือไม่ และพร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีหรือเปล่า พร้อมคาดการณ์ว่า AI จะเริ่มส่งผลกระทบต่อทักษะของแรงงานสายงานออฟฟิศในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่แรงงานสายปฏิบัติการอาจได้รับผลกระทบช้ากว่า

ช่วงที่ผ่านมา การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน นำโดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น กลุ่มนักลงทุนที่ประกอบด้วย Nvidia, Microsoft และ BlackRock ซึ่งกำลังเดินหน้าซื้อกิจการ Aligned Data Centers มูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์

ขณะที่ Google ได้ปิดดีลซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Wiz มูลค่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมีนาคม เพื่อเสริมยุทธศาสตร์ด้าน AI และคลาวด์ ส่วนในเอเชีย KKR และ Singapore Telecommunications เตรียมเข้าถือครองเต็มรูปแบบในบริษัท ST Telemedia Global Data Centres ด้วยมูลค่ามากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์

รายงานจาก PitchBook ระบุว่า มูลค่าดีล M&A ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปีนี้พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ราว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 50% จากปีก่อน และต่อยอดจากปี 2568 ที่มูลค่าดีลรวมเพิ่มขึ้น 37% แตะเกือบ 5 ล้านล้านดอลลาร์

Jeffery Weirens ผู้บริหารฝ่าย M&A ของ Deloitte กล่าวว่า หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือแรงกดดันที่บริษัทต้องสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ส่งผลให้หลายองค์กรปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจผ่านการซื้อกิจการ ขายสินทรัพย์ หรือแยกธุรกิจออกมา

อีกปัจจัยสำคัญคือ การเปลี่ยนผ่านสู่ AI โดยบริษัทต่าง ๆ ต้องแสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้าน AI สร้างผลตอบแทนจริง และเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจได้อย่างไร ซึ่งเห็นชัดในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์

ในเอเชีย ญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในตลาด M&A ที่ร้อนแรงที่สุด โดย Atsushi Tatsuguchi จาก Mitsubishi UFJ Morgan Stanley Securities กล่าวว่า บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากมอง M&A เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์สำคัญ โดยเฉพาะดีลข้ามพรมแดน

ข้อมูลจาก Recof Data ระบุว่า ดีล M&A ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทญี่ปุ่นในไตรมาสแรกปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยจำนวนดีลเพิ่มขึ้นเกือบ 10% สู่ 1,295 รายการ และมูลค่ารวมพุ่งขึ้น 65% แตะกว่า 12 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์

แม้ดีลที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรงยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่ Tatsuguchi มองว่า เมื่อการแข่งขันระดับโลกดุเดือดขึ้น การควบรวมกิจการจะกลายเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะขนาดธุรกิจเริ่มกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

SoftBank Group ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการลงทุน AI ของญี่ปุ่น โดยประกาศดีลจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ ชิป และการลงทุนเพิ่มเติมใน OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT

ด้านTakashi Ohara จาก Bain & Company กล่าวว่า บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากเริ่มใช้ M&A เพื่อดึงดูดบุคลากร AI และเสริมศักยภาพด้าน AI ขององค์กร

ขณะเดียวกัน AI ยังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในกระบวนการทำ M&A เอง โดยถูกนำมาใช้ตั้งแต่การคัดเลือกเป้าหมาย การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ไปจนถึงการวิเคราะห์เอกสารจำนวนมหาศาลใน Data Room ซึ่งช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบกิจการ

Ohara ระบุว่า ในการแข่งขันประมูลซื้อกิจการ บริษัทที่ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะมีโอกาสชนะมากกว่า เพราะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ขาย นอกเหนือจากเรื่องราคา

แม้กระแส AI จะสร้างความคึกคักให้ตลาด M&A แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังเตือนถึงความเสี่ยงจากการลงทุนเกินจริง และการจ่ายเงินซื้อกิจการในราคาสูงเกินไปจากความกลัวตกขบวน AI

Ed Freeman จาก Freshfields เปรียบสถานการณ์ปัจจุบันว่าเหมือนยุคตื่นทองที่ผู้ขายได้เปรียบตลาด และมีความเสี่ยงที่นักลงทุนบางรายจะจ่ายแพงให้กับธุรกิจที่อาจไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามคาด หรือถูกเทคโนโลยีใหม่แซงหน้าอย่างรวดเร็วในอนาคต

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...