โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สวนนงนุชพัทยาเฮรับ “พังฟ้ารุ่ง” ลูกช้างเกิดใหม่เชือกที่ 2 ใน 1 เดือน

สยามรัฐ

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 06.00 น.

สวนนงนุชพัทยา เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ “ความต่อเนื่องแห่งชีวิต” อีกครั้ง หลังลูกช้างเกิดใหม่เป็นเชือกที่ 2 ของปี 2569 ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน นับเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ และความพร้อมของระบบการดูแลช้างอย่างมีมาตรฐาน

วันที่ 5 พ.ค.69 เวลา 08.30 น. นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดพิธีรับขวัญลูกช้าง โดยนิมนต์พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต มาประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล ท่ามกลางบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ มีขบวนนางรำและโขลงช้างกว่า 30 เชือก ร่วมต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างอบอุ่น

ภายในพิธี มีการคล้องพวงมาลัย พร้อมประกอบพิธีเจิมหน้าผากแม่ช้างและลูกช้างด้วยสายสิญจน์ ตามประเพณีไทยที่สืบทอดมา เพื่อเสริมสิริมงคลและต้อนรับชีวิตใหม่เข้าสู่โขลงช้าง ลูกช้างเพศเมียเชือกนี้ เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 จากแม่ช้าง “พังฟ้าใส” อายุ 27 ปี และพ่อช้าง “พลายหนิงหน่อง” อายุ 30 ปี ได้รับการตั้งชื่อจากท่านประธานสวนนงนุชพัทยาว่า “พังฟ้ารุ่ง” ซึ่งมีความหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ที่สดใส เปรียบเสมือนรุ่งอรุณแห่งความหวัง

การเกิดของ “พังฟ้ารุ่ง” ในช่วงเวลาที่ใกล้กับลูกช้างเชือกแรกของปี เพียง 1 เดือน สะท้อนให้เห็นคุณภาพของปางช้างสวนนงนุชพัทยา ที่ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง (Good Practices for Elephant Camps) จากกรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลช้างทุกเชือกอย่างมีมาตรฐาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ช้างสามารถให้กำเนิดลูกได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...