โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ อดสูเอาคนผิดจริงรับโทษไม่ได้ เผยตั้งแต่ปี 44 เยียวยาแพะ 8 พันล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
นายกฯ ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือเหยื่อเท่าเทียม ลั่นตั้งแต่ปี 44 เยียวยาแพะ 8 พันล้าน 1.4 แสนราย น่าอัปยศอดสูเอาคนผิดจริงรับโทษไม่ได้ ยันลงโทษหนักเจ้าหน้าที่ไม่อำนวยความยุติธรรม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานระดับชาติ ภายใต้ชื่อ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า : คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)” โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เข้าร่วมด้วย

นายกฯ กล่าวเปิดงานว่า ในกรณีที่ผู้บริสุทธิ์ต้องเกี่ยวข้องกับคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นสถานะของการเป็นผู้เสียหาย ผู้ต้องหาหรือเป็นจำเลย คนเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับการละเมิดสิทธิ ได้รับบาดเจ็บ เสื่อมเสียชื่อเสียง สูญเสียอิสรภาพ หรือสูญเสียชีวิต ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่และมีผลกระทบที่รุนแรงต่อชีวิตอย่างมากถือเป็นวิกฤติของบุคคลคนหนึ่ง ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่รัฐไม่อาจมองข้ามไปได้

รัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิของบุคคลเหล่านี้ แก้ไขและอุดช่องว่างความบกพร่องในกระบวนการยุติธรรมเพื่อป้องกันไม่ให้มีแพะ ที่ไม่กระทำความผิด ตั้งแต่ปี 2544 ที่มี พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นผู้บริสุทธิ์ไปแล้วกว่า 145,000 ราย รวมเป็นเงิน 8,000 กว่าล้านบาท และมีชาวต่างชาติช่วยเหลือ 1,000 ราย เป็นเงินกว่า 47 ล้านบาท

"ตรงนี้ไม่ได้ถือเป็นงาน ถือเป็นความน่าอัปยศอดสูที่เราไม่สามารถนำคนที่กระทำความผิดจริงๆ เข้าไปรับโทษได้ แต่ทำกับคนไม่ได้กระทำผิดอาจจะเป็นเรื่องของการยัดข้อหา ยัดเยียดความผิดและเขาต้องเข้าไปจำคุกแทนคนอื่น ต้องไปประสบความยากลำบาก เงินเยียวยา 8,000 กว่าล้านบาท เราสามารถนำไปสร้างประโยชน์อื่นๆ อย่างยั่งยืนกว่ากับคน 70 กว่าล้านคน ยังไม่นับรวมต่างชาติ 1,000 กว่าราย ซึ่งเขาไม่ได้เสียภาษี แต่เราก็ต้องช่วยเหลือถึง 47 ล้านบาท ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงต้องมาคิดกันว่าจะสามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับคนทุกคนได้อย่างเต็มที่

ขอนอกบทนิดนึง แต่ไม่มีถุยแน่นอน ผมมีโอกาสได้ไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาในการปฏิญาณตน มีคำว่า ประเทศจะถูกแบ่งแยกไม่ได้ และความยุติธรรมจะต้องมีให้กับคนทุกคน เราใช้หลักยุติธรรมนี้ในการบริหารบ้านเมือง ในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน เราต้องใช้คำว่า "Justice for all" (ความยุติธรรมสำหรับทุกคน) ทุกคนต้องได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในสถานะหรือระดับไหน ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะยืนเคียงข้างประชาชนผู้บริสุทธิ์

คนที่ไม่อำนวยความยุติธรรมให้กับคนที่ควรจะได้รับความยุติธรรม จะต้องถูกโทษสถานหนักมากกว่าคนที่กระทำความผิด สิ่งเหล่านี้คือจุดยืนของรัฐบาลและผมก็หวังว่ารัฐบาลชุดไหนที่มีคนยุติธรรมมาบริหารบ้านเมืองก็คงจะต้องยึดถือหลักนี้ในการบริหารบ้านเมืองต่อไป ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องร่วมมือกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับกระทรวงยุติธรรม ในการอำนวยความเป็นธรรมและอำนวยความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างรอบด้าน

ปัจจุบันภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่ได้ถูกพัฒนาต่อความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงศักยภาพของรัฐบาลในการคุ้มครองประชาชน การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อการร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (OECD) มีเรื่องความมีมาตรฐานในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกจะใช้ในการพิจารณาในการตัดสินใจที่จะมาลงทุนหรือมาท่องเที่ยวหรือมาทำกิจกรรมร่วมกันกับประเทศไทย

ผมขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลจะมุ่งมั่นพัฒนายกระดับการช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทั่วถึงและเป็นธรรม อันจะช่วยเสริมสร้างและสะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ดีด้านกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในสายตาของชาวโลก จะได้เป็นที่น่าเชื่อถือและเป็นที่เชื่อมั่นและทำให้ประเทศไทยของเรา" นายกฯ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...