โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'นักศึกษาต่างชาติ' เรียนไทยพุ่ง จีนครองอันดับ 1 เมียนมาขยายตัวมากที่สุด

Positioningmag

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 09.37 น. • my_bb

ภาพรวมนักศึกษาต่างชาติในไทย ปี2566-2568 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด อ้างอิงข้อมูลกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พบว่า

ปี 2566 ประมาณ 40,560 คน

ปี 2567 ประมาณ 42,800 คน

ปี 2568 มีประมาณ 48,000 คน (ข้อมูล ณ ภาคเรียนที่ 1/2568)

จำนวนนักศึกษาแยกตามสัญชาติ10 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 จีน 24,711 คน

อันดับ2 เมียนมา15,242 คน

อันดับ3 บุคคลไร้สัญชาติ2,094 คน

อันดับ4 กัมพูชา1,541 คน

อันดับ5 ลาว962 คน

อันดับ6 เวียดนาม790 คน

อันดับ7 อินโดนีเซีย706 คน

อันดับ8 ฟิลิปปินส์658 คน

อันดับ9 อินเดีย545 คน

อันดับ10 ไนจีเรีย528 คน


เมียนมา-จีน-ลาว อัตรานักศึกษาเข้าใหม่สูงสุด นิยมเรียน ม.เอกชน

ทั้งนี้ สำหรับนักศึกษาเข้าใหม่ที่มีจำนวนสูงสุด3 อันดับแรก(ข้อมูลภาคเรียน1 ปี2568) ได้แก่

1.เมียนมา นิยมเรียนที่: ม.อัสสัมชัญ, ม.เกริก และ ม.รังสิต

2.จีน นิยมเรียนที่: ม.เกริก, ม.ธุรกิจบัณฑิต และ ม.อัสสัมชัญ

3.ลาว นิยมเรียนที่: ม.กรุงเทพ, ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

วิเคราะห์ทำไมจีน-เมียนมา ชอบเรียนในไทย

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของนักศึกษาจีนและเมียนมาในไทยไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากปัจจัยทางโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่ผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น"จุดหมายปลายทางทางเลือก" (Preferred Destination) ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค

1. นักศึกษาจีน: การหนีจากสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง(The Neijuan Escape)

สำหรับชาวจีน ไทยไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่คือ"โอกาสที่เข้าถึงได้" (Affordable Luxury Education)

  • สภาวะNeijuan (การแข่งขันที่หนักหน่วง) ในจีนมีการแข่งขันสอบเข้ามหาวิทยาลัย(Gaokao) และการหางานที่สูงมาก นักศึกษาหลายคนจึงเลือกมาเรียนที่ไทยซึ่งกดดันน้อยกว่า แต่ได้ใบปริญญาที่รับรองในระดับสากล

  • หลักสูตรภาษาจีนและระบบ"ไทย-จีนGateway" มหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่ง(เช่น ม.เกริก, ม.ธุรกิจบัณฑิต) มีความร่วมมือกับจีน และมีหลักสูตรที่สอนด้วยภาษาจีนหรือมีล่ามช่วยในช่วงแรก ทำให้กำแพงด้านภาษาลดลง

  • ความคุ้มค่า(Value for Money) ค่าเทอมและค่าครองชีพในไทยถูกกว่าการไปเรียนที่ยุโรปหรืออเมริกามาก แต่ได้ไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงกัน มีห้างสรรพสินค้าและอาหารที่ถูกปาก

  • เป้าหมายการทำงานในEEC ทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยมหาศาล(โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมในระยอง-ชลบุรี) นักศึกษาที่เรียนในไทยจึงมีคอนเนกชั่นและโอกาสถูกจ้างงานในบริษัทจีนที่ตั้งอยู่ในไทยทันทีที่เรียนจบ


2. นักศึกษาเมียนมา: ความจำเป็นทางการเมืองและทางเลือกใหม่(The Survival & Quality Choice)

กรณีของเมียนมา ปัจจัยหลักการเข้ามาเรียนในไทยมาจากสถานการณ์ภายในประเทศที่รุนแรงขึ้นในช่วง2-3 ปีนี้

  • สถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ ปัญหาการเมืองในเมียนมาทำให้ระบบการศึกษาภายในสั่นคลอน มหาวิทยาลัยหลายแห่งปิดตัวหรือคุณภาพลดลง ทำให้เยาวชนต้องมองหาที่เรียนในต่างประเทศเพื่อความปลอดภัยและอนาคตที่มั่นคง

  • ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม ไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน การเดินทางสะดวก โดยเฉพาะในแถบภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ทำให้ความรู้สึกแปลกถิ่นน้อยลง

  • ใบเบิกทางสู่ตลาดแรงงานสากล นักศึกษาเมียนมาส่วนใหญ่นิยมเรียนหลักสูตรนานาชาติ(International Program) เพราะต้องการทักษะภาษาอังกฤษเพื่อไปทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ(NGOs) หรือบริษัทข้ามชาติในอนาคต ซึ่งมหาวิทยาลัยในไทยมีหลักสูตรเหล่านี้ในราคาที่พวกเขาจ่ายไหว

  • ชุมชนชาวเมียนมาในไทย ความแข็งแกร่งของชุมชนเมียนมาในไทยช่วยให้นักศึกษาใหม่ปรับตัวง่าย มีรุ่นพี่คอยแนะนำสถาบันการศึกษา ทำให้เกิดกระแสการบอกต่ออย่างรวดเร็ว

นักศึกษา

ทำไมต้องเรียนที่"ไทย" เท่านั้น?

นอกจากปัจจัยเฉพาะสัญชาติแล้วประเทศไทยยังมีจุดแข็งที่ดึงดูดทั้งสองกลุ่มคือ

  • ความเป็นมิตรและเสรีภาพ ไทยขึ้นชื่อเรื่องความเปิดกว้างทางวัฒนธรรมและศาสนา ทำให้นักศึกษาต่างชาติรู้สึกปลอดภัยและไม่ถูกเหยียดเชื้อชาติเท่ากับในบางประเทศ

  • Smart Visa และนโยบายดึงดูด รัฐบาลไทยมีนโยบายผลักดันให้ไทยเป็นEducation Hub ทำให้การขอวีซ่านักศึกษาทำได้สะดวกขึ้น

  • ความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบสาธารณสุขและเทคโนโลยีในไทยอยู่ในระดับแนวหน้าของอาเซียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ปกครองใช้ตัดสินใจส่งบุตรหลานมาเรียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...