หญิงจีนท้องผูก เหตุดื่มชาสมุนไพรดีท็อกซ์ นาน 10 ปี พบว่าลำไส้มีลายกระ
หญิงจีนท้องผูก เหตุดื่มชาสมุนไพรดีท็อกซ์ นาน 10 ปี พบว่าลำไส้มีลักษณะเป็นลายกระ ต้องผ่าตัด-ตัดออก 30 ซม. เพื่อรักษาชีวิต
หญิงชาวจีนแซ่เหลียว อายุ 44 ปี มีปัญหาท้องผูกเรื้อรังและใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยระบายด้วยตนเองต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปี สุดท้ายต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินจากภาวะลำไส้อุดตันรุนแรงกรณีดังกล่าวสร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ “ผลิตภัณฑ์ระบายยอดนิยม” ในท้องตลาด
แพทย์เผยว่า ระหว่างผ่าตัดพบว่าลำไส้ใหญ่บางส่วนสูญเสียความยืดหยุ่น ผนังลำไส้มีสีดำผิดปกติ และมีลักษณะเป็นลายกระคล้าย “ลายเสือดาว” พร้อมเตือนว่าการใช้ยาระบายชนิดกระตุ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำลายการทำงานของลำไส้และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน
รายงานจากสื่อจีนระบุว่า ผู้ป่วยเริ่มมีอาการท้องผูกเล็กน้อยตั้งแต่ 10 ปีก่อน โดยขับถ่ายทุก 2 – 3 วัน และไม่ได้ไปพบแพทย์ แต่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่า “ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ” มารับประทานเอง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนผสมของสมุนไพร เช่น โกฐน้ำเต้าและใบเซนนา ซึ่งให้ผลระบายได้ดีในช่วงแรก แต่ต่อมาร่างกายเกิดการพึ่งพา เมื่อหยุดใช้ อาการท้องผูกกลับรุนแรงขึ้น ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณการใช้ และทดลองผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ชาระบาย เจลลี่เอนไซม์ และน้ำลูกพรุน อย่างต่อเนื่อง
ต้นปีนี้ ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเฉียบพลันและไม่สามารถขับถ่ายได้ติดต่อกัน 5 วัน จึงถูกนำส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน หลังการรักษาแบบอนุรักษ์ไม่ได้ผล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะลำไส้อุดตันรุนแรงและต้องผ่าตัดทันที ระหว่างการผ่าตัดพบว่าลำไส้บางส่วนเสื่อมสภาพอย่างชัดเจน จึงต้องตัดส่วนที่ผิดปกติออกประมาณ 30 เซนติเมตรเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย
นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายกันในมณฑลเจียงซู หญิงแซ่จีรายหนึ่งใช้ผลิตภัณฑ์ระบายเป็นเวลานาน จนเกิดภาวะ “ลำไส้ใหญ่เปลี่ยนเป็นสีดำ” (melanosis coli) โดยผนังลำไส้มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลดำคล้ายลายเสือหรือผิวงู แพทย์ระบุว่าภาวะดังกล่าวเป็นสัญญาณของการสะสมเม็ดสีและความเสียหายของเนื้อเยื่อ หากปล่อยให้ดำเนินต่อไป อาจกระทบต่อการทำงานของลำไส้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
วงการแพทย์ชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ชาระบายและ “ดีท็อกซ์” ที่พบทั่วไป มักมีสารกระตุ้น เช่น เซนโนไซด์ (sennosides) หรือบิซาโคดิล (bisacodyl) ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ แม้จะเห็นผลรวดเร็วในระยะสั้น แต่การใช้ต่อเนื่องอาจทำลายระบบประสาทของลำไส้ จนสูญเสียความสามารถในการบีบตัวตามธรรมชาติ และนำไปสู่ภาวะ “พึ่งพายาระบาย”
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า หากมีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางรักษาที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ระบายด้วยตนเองเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบทางเดินอาหารที่อาจไม่สามารถฟื้นฟูได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หญิงจีนท้องผูก เหตุดื่มชาสมุนไพรดีท็อกซ์ นาน 10 ปี พบว่าลำไส้มีลายกระ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th