โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อสส. แจงส่งฟ้องไม่ทัน คดีแม่บ้านผสมน้ำยาฆ่าเชื้อใส่ขวดนมเด็ก เหตุสั่งสอบเพิ่มปมสารพิษ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ภาพจากแฟ้ม

รองโฆษก อสส. แจงเหตุส่งฟ้องไม่ทัน คดีป้าแม่บ้าน ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อใส่ขวดนมเด็ก 2 ขวบ ทำให้ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัว เหตุสั่งสอบเพิ่มปมปริมาณสารพิษที่อาจส่งผลต่อชีวิต ยันยังสามารถยื่นฟ้องได้อีก

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์เตือนภัย หลังจ้างแม่บ้านจากกลุ่มเฟซบุ๊กมาทำความสะอาดบ้าน แต่กลับพบพฤติกรรมนำผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคอเนกประสงค์ มาผสมใส่ในนมให้ลูกของตนดื่ม โดยผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นความพยายามทำให้เด็กหมดสติ เพื่อก่อเหตุลักทรัพย์

ขณะที่แม่บ้านรายนี้ ได้ไปออกรายการดัง ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเด็ก ทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิด โดยเข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในขวดฟ็อกกี้เป็นนม เนื่องจากตนเข้าใจมาโดยตลอดว่าน้ำยาฆ่าเชื้อมีเพียงสีเดียวคือสีน้ำตาล ส่วนที่ได้นำไปฉีดทำความสะอาดพื้นนั้น ยอมรับว่าในขณะเทไม่ได้กลิ่นของเดทตอล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 3 เมษายน 2569 นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ กรณีศาลแขวงพระนครใต้มีคำสั่งปล่อยตัว นางสาวอุษณี หรือ ป้าแอน (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นแม่บ้าน ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อใส่นมเด็ก 2 ขวบ เนื่องจากทางพนักงานอัยการยื่นฟ้องไม่ทันภายในระยะเวลาฝากขังว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนมายังพนักงานอัยการคดีศาลแขวงเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ใน 2 ข้อหาคือ 1.ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2.การปลอมปนอาหารหรือยาเพื่อให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้ง 2 ข้อหา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

นายไชยรัตน์กล่าวว่า โดยเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจได้ส่งสำนวนมายังพนักงานอัยการ พร้อมส่งคำร้องผัดฟ้องฝากขังครั้งสุดท้าย ที่จะครบกำหนดในวันที่ 29 ม.ค. เมื่อได้รับสำนวนทางอัยการได้ตรวจสำนวนและเรียกครอบครัวผู้เสียหาย เข้ามาสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม อัยการพบข้อพิรุธในเรื่องของปริมาณสารที่อยู่ในขวดนม จึงได้ส่งสำนวนกลับให้พนักงานสอบสวน ไปสอบสวนเพิ่มเติมในเรื่องของปริมาณสารพิษ ว่าการรับสารพิษของเด็กอายุ 2 ขวบต้องได้รับประมาณเท่าไหร่ถึงส่งผลแก่ชีวิต จากศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมอีก 5 ประเด็นที่เกี่ยวกับสารพิษ โดยให้ส่งสำนวนกลับให้ในวันที่ 27 ม.ค. จากนั้นวันที่ 28 ม.ค. ตำรวจได้แจ้งกลับมาว่า ส่งหนังสือไปยังศูนย์พิษวิทยาแล้ว แต่เมื่อถึงวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งเป็นวันครบฝากขังครั้งสุดท้าย ทางอัยการยังไม่ได้รับเอกสารกลับมา ตามกระบวนการศาลจะต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากหมดระยะเวลาควบคุมตัวตามกฎหมายและยังไม่สามารถส่งฟ้องได้

นายไชยรัตน์ กล่าวว่า ตนได้สอบถามไปยังอัยการเจ้าของคดี ว่าถ้าไม่มีผลสอบเรื่องสารพิษ จะเพียงพอพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าผู้ต้องหากระทำหรือไม่ แม้ว่าจะมีหลักฐานกล้องวงจรปิดที่เห็นว่าผู้ต้องหามีการใส่สารพิษลงในขวดนม แต่ผลจากการใส่สารพิษลงขวดนมจะส่งผลอันตรายต่อเด็กถึงแก่ชีวิตได้หรือไม่ ซึ่งหากผลของสารพิษส่งกลับมาแล้วพิจารณาแล้วอาจจะเข้าข่ายพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองหรือไม่ ซึ่งโทษจะหนักและสูงกว่า ซึ่งอัยการต้องการพิสูจน์ว่าสารที่อยู่ในขวดนมนั้นส่งผลอันตรายต่อเด็กมากน้อยแค่ไหน และมองว่าหากอัยการรีบสั่งฟ้องไปโดยไม่รอผลสอบสารพิษ อาจจะทำให้เกิดการยกฟ้องในชั้นศาล และเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ตำรวจได้ส่งหนังสือเลื่อนขอส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม ทางอัยการก็รอผล และวันที่ 4 ก.พ. ก็ได้ส่งหนังสือติดตามไปยังตำรวจอีก และวันที่ 19 ก.พ. ตำรวจส่งหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องไม่สามารถส่งเอกสารเรื่องสารพิษมาได้ เนื่องจากศูนย์พิษวิทยายังไม่ส่งเอกสารมาให้ตำรวจ ซึ่งอัยการก็รอจนถึงขณะนี้

รองโฆษกอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีนี้ยังสามารถสั่งฟ้องได้ แต่ต้องไปตรวจสอบรายละเอียดว่าจะส่งฟ้องในข้อหาเดิมหรือข้อหาใหม่ที่มีโทษสูงขึ้น เพราะการสั่งฟ้องสามารถทำได้เพียงครั้งเดียว อัยการอยากทำสำนวนให้รัดกุม ส่วนที่ผู้เสียหายกังวลว่าเมื่อผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว แล้วจะไม่สามารถติดตามกลับมารับโทษได้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งนั้น หลังจากที่มีการสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ต้องติดตามตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษเป็นไปตามกระบวนการ หากสั่งฟ้องในข้อหาเดิมมีอายุความ 10 ปี แต่หากสั่งฟ้องในข้อหาใหม่มีอายุความ 20 ปี คาดว่าจากนี้ประมาณ 1 เดือน ศูนย์พิษวิทยาจะส่งเอกสารมาให้ตำรวจ และตำรวจจะส่งให้อัยการพิจารณาข้อกล่าวหาและทำการสั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลต่อไป.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อสส. แจงส่งฟ้องไม่ทัน คดีแม่บ้านผสมน้ำยาฆ่าเชื้อใส่ขวดนมเด็ก เหตุสั่งสอบเพิ่มปมสารพิษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...