โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 4.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงผู้ใช้แรงงานเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติปี 2569 ว่า ขอฝากความระลึกถึง ชื่นชม ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ทำงานให้สำเร็จ มีความมั่นคงในชีวิต

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีการขอเพิ่มค่าแรงรัฐบาลจะตอบสนองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีเหตุผล

ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หากลูกจ้างต้องทำงานในวันแรงงานแห่งชาติ นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ และหากมีการทำงานล่วงเวลา ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด

น.ส.ลลิดากล่าวว่า ทั้งนี้ “วันแรงงานแห่งชาติ” ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ถือเป็นวันหยุดตามกฎหมายที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างเทียบเท่าวันทำงานปกติ เพื่อคุ้มครองสิทธิและสร้างหลักประกันด้านแรงงานอย่างเป็นธรรม กรณีวันแรงงานแห่งชาติตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างต้องจัดวันหยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิครบถ้วนตามกฎหมาย

สำหรับกิจการที่ไม่สามารถหยุดดำเนินงานได้ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร สถานพยาบาล หรือกิจการขนส่ง นายจ้างสามารถตกลงกับลูกจ้างเพื่อกำหนดวันหยุดชดเชยในวันอื่น หรือจ่ายค่าทำงานในวันหยุดแทนได้ตามความเหมาะสม

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานอย่างต่อเนื่อง ยกระดับทุนมนุษย์และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับความเป็นธรรมและหลักประกันที่เหมาะสม พร้อมย้ำให้นายจ้างทุกแห่งปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยยึดประโยชน์ของลูกจ้างเป็นสำคัญ” น.ส.ลลิดากล่าว

สำหรับกิจกรรมในวันแรงงานแห่งชาตินั้น ขบวนแรงงานจัดกิจกรรมในวันแรงงานแห่งชาติ กลุ่มสภาองค์การลูกจ้าง 26 แห่ง และ 1 รัฐวิสาหกิจ ผู้ใช้แรงงาน รวมพลังเดินขบวนเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เคลื่อนจากบริเวณสะพานมัฆวานฯ ไปลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่น 8 ข้อเรียกร้องต่อผู้นำรัฐบาล โดยมีรถขยายเสียง การชูป้ายเรียกร้องเรื่องต่างๆ อาทิ ขอให้รัฐเร่งดูเรื่องค่าแรง สวัสดิการ ขอค่าแรงเท่าค่าอาหาร สส. ปรับเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ 10% หลังเงินเดือนข้าราชการแซงหน้า

ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน เป็นผู้รับข้อเรียกร้องจากผู้นำแรงงาน พร้อมกล่าวปราศรัยกับผู้ใช้แรงงานว่า 8 ข้อเรียกร้อง ทางรัฐบาลจะรับไปดูแล และจะประสานกับผู้ว่าจ้างเพื่อให้เกิดการแก้ไข ทั้งนี้ ทางกระทรวงแรงงานได้ดำเนินงานทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีในข้อเรียกร้อง รวมถึงดูแลเรื่องสถานการณ์ภัยคุกคาม ที่กระทบค่าพลังงาน ค่าไฟ โดยจะขอนำข้อเสนอต่างๆ รวมถึงทั้งข้อความจากป้ายเดินขบวน จะนำไปดูแลทั้งหมด

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบสารวันแรงงาน 2569 ว่า กระทรวงแรงงานจะไม่หยุดนิ่ง แต่พร้อมยกระดับพี่น้องแรงงานทุกกลุ่มสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างเท่าเทียมในปีนี้ กระทรวงแรงงานเร่งขับเคลื่อนนโยบายผ่าน 5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่เข้มแข็ง พร้อมยกระดับแรงงานทุกกลุ่มสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างเท่าเทียมใน 4 ปีข้างหน้า

ขณะที่ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตย (สปท.) จัดกิจกรรม “วันกรรมกรสากล” เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเชิงนโยบายต่อนายกรัฐมนตรี เช่นกัน

นายมานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการ สรส. ได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 9 ข้อ อาทิ แก้ไขปัญหาเรื่องพลังงาน ขอให้รัฐบาลเร่งให้สัตยาบันองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ความมั่นคงในการทำงาน ยกเลิกการจ้างงานระยะสั้นหรือชั่วคราว และส่งเสริมให้มีการจ้างงานระยะยาว เป็นต้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...