โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ริโอเปิดปมเกาเหลาเจอร์ราร์ด ชี้รอยร้าวสโมสรฉุดอังกฤษยุคทอง

Soccersuck

เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 15.35 น. • Soccersuck

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันตึงเครียดกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในช่วงรับใช้ทีมชาติอังกฤษ โดยยอมรับว่าทั้งคู่ไม่ชอบกันจริง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของขุมกำลัง “โกลเด้น เจเนอเรชั่น” ที่เต็มไปด้วยสตาร์แต่ไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ ตามรายงานจาก GiveMeSport

เฟอร์ดินานด์ ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในดูไบ มองว่าความเป็นอริระหว่างสโมสร โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูล มีผลต่อการรวมใจของทีมชาติอังกฤษในยุคนั้น เขากล่าวว่า “สตีเว่น เจอร์ราร์ดไม่ชอบผม และผมก็ไม่ได้ชอบเขาจริง ๆ มีความเกลียดชังระหว่างเราและทีมของเรา [แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูล]”

อดีตแนวรับวัย 47 ปี ยังอธิบายด้วยว่าความสัมพันธ์ของเขากับเจอร์ราร์ดดีขึ้นแล้วหลังแขวนสตั๊ด โดยทั้งคู่ได้ร่วมงานกันในฐานะนักวิเคราะห์เกม และดูเหมือนจะเข้ากันได้มากขึ้นกว่าเดิม

ประเด็นดังกล่าวยิ่งสะท้อนภาพปัญหาภายในทีมชาติอังกฤษยุคนั้น ซึ่งมีผู้เล่นชื่อดังอย่าง เวย์น รูนี่ย์, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ไมเคิ่ล โอเว่น และอีกหลายคน แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนพรสวรรค์ของแต่ละคนให้กลายเป็นความสำเร็จระดับชาติได้

เจอร์ราร์ดเองเคยพูดถึงบรรยากาศที่แตกแยกในแคมป์อังกฤษเช่นกัน โดยยอมรับว่าทีมเต็มไปด้วย “พวกขี้แพ้ที่มีอีโก้” และเสริมว่า “เราไม่ใช่ทีม เราเป็นกลุ่มนักเตะที่มีพรสวรรค์ และมันไม่มีทางเวิร์กแบบนั้น”

อดีตกัปตันลิเวอร์พูลยังเคยยอมรับว่าในช่วงค้าแข้ง เขาไม่ชอบทั้งเฟอร์ดินานด์และแกรี่ เนวิลล์ โดยกล่าวว่า “ตอนที่คุณยืนเรียงแถวในอุโมงค์เจอกับริโอและแกรี่ เนวิลล์ คุณอยากทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อเอาชนะพวกเขา มันมีความเกลียดชังอยู่ตรงนั้น นั่นแหละคือสิ่งที่เป็นจริง”

อย่างไรก็ตาม เจอร์ราร์ดยืนยันว่าความรู้สึกเหล่านั้นเปลี่ยนไปหลังจบอาชีพนักเตะ “ตอนที่คุณมาเจอกันในทีมชาติอังกฤษเวลานั้น คุณแสร้งทำเป็นว่าชอบพวกเขา แต่เมื่ออาชีพของคุณจบลง อาชีพของพวกเขาจบลง มิตรภาพของคุณถึงเริ่มขึ้นจริง ๆ ผมมีแต่ความเคารพต่อริโอในฐานะนักเตะ เขาเล่นให้สโมสรระดับท็อปมาตลอดชีวิต เขาเป็นคนดีด้วย ผมสนุกกับบทบาทที่ BT ร่วมกับเขาเหมือนกัน”

เรื่องราวนี้กลายเป็นอีกมุมหนึ่งที่อธิบายได้ว่าทำไมทีมชาติอังกฤษชุดที่เต็มไปด้วยยอดนักเตะจึงไปไม่ถึงจุดหมาย ขณะที่ยุคของแกเร็ธ เซาธ์เกต แสดงให้เห็นว่าบรรยากาศที่ดีในทีมมีความสำคัญเพียงใด และโธมัส ทูเคิ่ล จะต้องสานต่อพลังบวกนั้น หากหวังพา “สิงโตคำราม” ยุติการรอคอยแชมป์ที่ยาวนาน 60 ปีให้ได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...