โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกภาวะสินค้าเกษตรไทย: ข้าวโพดพุ่ง ข้าวร่วง จับตา "อาหารสัตว์" เขย่ากำไรปศุสัตว์!

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

ภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าเกษตรไทยในช่วงสัปดาห์ที่ 20-24 เมษายน 2569 สะท้อนให้เห็นถึงภาวะการซื้อขายที่เต็มไปด้วยปัจจัยหนุนและแรงกดดันที่แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่กลายเป็นจุดโฟกัสสำคัญ เมื่อ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในประเทศปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับทิศทางของ ราคาข้าว ที่เริ่มชะลอตัวลง ขณะที่ กลุ่มปศุสัตว์ ส่วนใหญ่ยังคงประคองตัวอยู่ในระดับทรงตัวท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่เริ่มขยับสูงขึ้นตามราคาธัญพืช

สถานการณ์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในสัปดาห์นี้มีความโดดเด่นอย่างมาก โดยราคา ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ปรับเพิ่มขึ้นจากหาบละ 657 บาท มาอยู่ที่ 663 บาท ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่นครชิคาโก (CBOT) ที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าขยับขึ้นราว 0.22% ปัจจัยสำคัญมาจากตัวเลขการส่งออกของสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งตามคาดการณ์ ประกอบกับได้รับแรงหนุนทางอ้อมจาก ราคาข้าวสาลี ที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่เพาะปลูก อย่างไรก็ตาม แม้ราคาในสัปดาห์นี้จะขยับขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาข้าวโพดในประเทศระยะถัดไปจะเริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว

ในทางกลับกัน ตลาดข้าวไทยกลับเผชิญกับภาวะราคาอ่อนตัวลง โดยข้าวขาว 100% ชั้น 2 ราคาปรับลดลงจากกระสอบละ 1,220 บาท เหลือเพียง 1,170 บาท เช่นเดียวกับราคาข้าวสารส่งออก (F.O.B.) ท่าเรือกรุงเทพฯ ที่ร่วงลงมาอยู่ที่ 413 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน จากเดิม 429 เหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อยในกลุ่มปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ ที่ราคาทั้งในประเทศและส่งออกปรับเพิ่มขึ้นสวนทางข้าวขาว ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการเฉพาะส่วนที่ยังคงมีอยู่ ทำให้แนวโน้มราคาข้าวโดยรวมถูกมองว่าจะเริ่มนิ่งขึ้นในระยะสั้น

สำหรับกลุ่มวัตถุดิบนำเข้าอย่างกากถั่วเหลือง แม้ปัจจุบันจะยังยืนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 16.10 บาท โดยได้อานิสงส์จากการขยายเวลาพักรบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ช่วยคลายความกังวลด้านการขนส่งและค่าระวางเรือ แต่แรงกดดันในตลาดโลกเริ่มปรากฏชัดขึ้นจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ปรับลดลง 0.40% เนื่องจากอุปทานทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูงและการเก็บเกี่ยวในบราซิลที่คืบหน้าไปกว่า 90% ทำให้แนวโน้มราคากากถั่วเหลืองนำเข้าในระยะถัดไปมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงตามกลไกตลาดโลก

ส่วนทิศทางของภาคปศุสัตว์สุกร และ ไข่ไก่ ยังคงรักษาเสถียรภาพราคาไว้ได้ โดยราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มทรงตัวที่ 70-72 บาทต่อกิโลกรัม แม้ว่าผู้เลี้ยงจะต้องเริ่มแบกรับภาระต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นจากราคาข้าวโพดที่แตะระดับ 11.50 บาทต่อกิโลกรัมก็ตาม ขณะที่ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มยังคงแนะนำอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาท ด้านราคาไก่เนื้อ มีการปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 39 บาท ตามสภาวะตลาดหลังเทศกาลที่ความต้องการเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ สำหรับกลุ่มปลาป่นแม้สัปดาห์นี้ราคาจะทรงตัวในทุกเกรดโปรตีน แต่ด้วยโควตาการจับปลาในเปรูที่เริ่มออกสู่ตลาดและแรงซื้อจากจีนที่ยังหนาแน่น ทำให้มีการคาดการณ์ว่าราคาปลาป่นอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้

สัปดาห์นี้เป็นช่วงการปรับฐานของราคาสินค้าเกษตร โดยมี "ต้นทุนอาหารสัตว์" เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันกำไรของกลุ่มปศุสัตว์ในระยะต่อไป ขณะที่ราคาข้าวต้องรอปัจจัยหนุนใหม่เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...