พิษค่าครองชีพลามอังกฤษ สถิติเผยคนรุ่นใหม่ เลือกอยู่กับพ่อแม่เพื่อเซฟเงิน
ถ้าเป็นความเชื่อเดิม ช่วงวัย 20-30 ปีในหลายประเทศจะเป็นช่วงของการสร้างตัว ออกไปอยู่ด้วยตัวเอง แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีทำให้หนุ่มสาวในสหราชอาณาจักร (UK) เลือกที่จะอยู่กับพ่อแม่ต่อถึง 35% แล้วยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกปีนี้
ถ้าเทียบกับปี 2000 มีวัยหนุ่มสาวที่ปักหลักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ 26%
BBC รายงานว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ได้เผยความกังวลถึงวิกฤตค่าครองชีพว่า ตอนนี้กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของผู้คนในปี 2026 แซงหน้าความกังวลเรื่องระบบสาธารณสุขและสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไปแล้ว
ปรากฏการณ์ที่เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ก็คือคนหนุ่มสาวไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตแบบเดิม ไม่ย้ายออก ไม่ฟุ่มเฟือย และเริ่มไม่ติดหรู
ONS ยังเผยข้อมูลว่า 35% ของชายหนุ่มวัย 20-35 ปีอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ขณะที่หญิงสาวอยู่ที่ 22% แม้ว่ากลุ่มวัยรุ่นผู้หญิงจะมีสัดส่วนน้อยกว่า แต่สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นตามในไม่ช้า
โดยเหตุผลที่ยังไม่ย้ายออกจากบ้าน คนส่วนใหญ่บอกว่า “เพราะค่าเช่ามหาโหดและราคาบ้านที่พุ่งขึ้น คือปัจจัยหลักที่ทำให้ไม่กล้าย้ายออกไป”
ตัวอย่างจาก‘นาธาน’ หนุ่มอังกฤษวัย 24 เดิมทีเขาตั้งใจจะย้ายออกตอนอายุ 25 แต่สภาพค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด ทำให้เขาเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เป็นอยู่ต่อเพื่อเก็บเงินให้ครบ 50,000 ปอนด์ก่อน
เพราะเงินเดือนจากอาชีพพนักงานทำความสะอาดรถไฟกะดึกในแมนเชสเตอร์ คงสู้กับค่าเช่าที่แพงขึ้นไม่ไหว
นาธานเผยกับ BBC ว่า “ถ้าคุณโชคดีพอที่จะอาศัยอยู่กับแม่พ่อ หรือปู่ย่าตายายที่ไม่คิดค่าเช่าแพง คุณก็สามารถเก็บเงินได้แม้จะได้รับค่าแรงขั้นต่ำ”
เขายังบอกอีกว่า วิธีไหนที่ช่วยประหยัดเงินได้ก็จะทำ อย่าง การทำแกงและสตูว์ไปกินเองที่ทำงาน, งดของแบรนด์เนม และจำกัดงบปาร์ตี้ไม่ให้เกิน 20 ปอนด์ต่อคืนด้วย
สถาบันวิจัยการคลังในอังกฤษยังเสริมในผลการศึกษาว่า ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 เทียบกับเดือนก่อนหน้า ทั้งราคาอาหารและน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ความเปราะบางทางการเงินชัดขึ้นเรื่อยๆ ในอังกฤษ
โดยผู้ใหญ่เกือบ 25%ยอมรับว่า พวกเขาไม่มีเงินสำรองแม้แต่ 850 ปอนด์สำหรับเหตุฉุกเฉิน และที่น่าตกใจคือ 3%ยอมรับว่าไม่มีเงินซื้ออาหารในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
ความน่ากังวลในอังกฤษนอกจากเรื่องค่าครองชีพต่างๆ ONS ได้เผยว่าประมาณ 3 ใน 10 ครัวเรือนอาศัยอยู่แค่คนเดียว
และเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้น หรือประมาณ 4 ล้านคน เป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2015
ขณะที่สัดส่วนของครอบครัวที่เป็นคู่สมรสที่มีหรือไม่มีบุตรลดลง เพราะรูปแบบครอบครัวเปลี่ยนไป รวมถึงคู่รักที่ไม่ได้แต่งงาน คู่ชีวิตที่จดทะเบียน และพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น
ภาพรวมเหล่านี้สะท้อนว่า ‘บ้าน’ ในบริบทปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่ที่พักอาศัย แต่มันเหมือนเป็น ‘เกราะป้องกันตัว’ ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย