DSI ทลายกรุขยะพิษ! อายัด 714 ตู้ ซุกแผงวงจรส่งตรงจากสหรัฐ UNODC ยกไทยผู้นำปราบอาชญากรรมโลก
สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ มูลนิธิบูรณะนิเวศ (Ecological Alert and Recovery – Thailand : EARTH) สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) และเครือข่ายปฏิบัติการบาเซิล (Basel Action Network : BAN) ร่วมตรวจสอบตู้สินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะเทศบาล และเศษพลาสติก ที่ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย ของต้องห้าม หรือสินค้าที่ห้ามนำเข้า หรือห้ามนำผ่านราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมตรวจเยี่ยม ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งการปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอันตรายข้ามชาติ
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับข้อมูลข่าวกรองจากมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) UNODC และ BAN ภายใต้ปฏิบัติการเฝ้าระวังการค้าขยะผิดกฎหมาย ตรวจพบความเคลื่อนไหวของตู้สินค้าต้องสงสัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา จึงดำเนินการสืบสวนสอบสวน และประสานกรมศุลกากรเพื่ออายัดตู้สินค้าต้องสงสัยรวม 714 ตู้ ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2568–มี.ค. 2569 ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานภาคี ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยดีเอสไอได้เปิดตู้คอนเทนเนอร์ตรวจสอบจำนวน 18 ตู้ จากทั้งหมด 714 ตู้
โดยแบ่งเป็น 3 ลอต ได้แก่ ลอตแรก จำนวน 12 ตู้ ภายนอกเป็นเศษเหล็กขนาดใหญ่ตามการสำแดงสินค้า แต่เมื่อตรวจสอบโดยละเอียด พบว่ามีการซุกซ่อนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่ภายใน
ลอตที่สอง จำนวน 4 ตู้ ได้รับเบาะแสจากเครือข่าย Basel Action Network (BAN) พบมีการสำแดงเป็นเศษเหล็กจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีปลายทางไปยังประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกง แต่เมื่อเปิดตรวจสอบ พบเป็นเศษชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
ส่วนลอตที่สาม จำนวน 2 ตู้ ถูกอายัดไว้เนื่องจากผู้นำเข้ามีประวัติอยู่ในข่ายเฝ้าระวัง
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนคดีที่ 27/2569 กรณีขบวนการลักลอบนำเข้าวัตถุอันตรายและของต้องห้าม เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะเทศบาล และเศษพลาสติก ว่า ตู้สินค้าทั้งหมด 714 ตู้ มีน้ำหนักรวม 23,205,000 กิโลกรัม เฉลี่ยประมาณ 32,500 กิโลกรัมต่อตู้
ประกอบด้วย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ 669 ตู้ และขยะพลาสติก 45 ตู้ มาจากท่าเรือต้นทาง 22 แห่งในสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ ดีเอสไออยู่ระหว่างขยายผลไปยังเครือข่ายผู้อยู่เบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือทางคดีอาญากับประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงผลักดันการส่งขยะอันตรายกลับประเทศต้นทางตามหลักอนุสัญญาบาเซล พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้มีหนังสือลงวันที่ 13 มี.ค. 2569 ชื่นชมความเป็นผู้นำของประเทศไทยในการจัดการปัญหาการลักลอบค้าขยะ โดยระบุว่า การตรวจยึดขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
พร้อมยกย่องการบูรณาการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ดีเอสไอ กรมศุลกากร และกรมควบคุมมลพิษ ที่ร่วมกันตรวจจับ สกัดกั้น และดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
UNODC ยังย้ำว่า การลักลอบค้าขยะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน และเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมยืนยันจะสนับสนุนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ WasteNet เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามขยะผิดกฎหมายในระดับสากลต่อไป.