โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฉายา "ผลไม้ต้านมรณะ" ราชินีแห่งวิตามินซี ที่โรคหลอดเลือดสมองกลัว ไม่ใช่ส้มหรือมะนาว!

sanook.com

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ผลไม้ฉายา

"แอปเปิล" ผลไม้ต้านมรณะ: เผยคุณประโยชน์ "ราชินีแห่งวิตามิน" ตัวช่วยสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรืออาการอัมพฤกษ์-อัมพาต เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตและพิการอันดับต้นๆ ของประชากรไทย การเลือกบริโภคอาหารที่มีสรรพคุณในการดูแลระบบไหลเวียนโลหิตจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรละเลย ล่าสุดผลการศึกษาทางการแพทย์หลายฉบับชี้ชัดว่า "แอปเปิล" ซึ่งเป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายในประเทศไทย คือแหล่งรวมสารอาหารสำคัญที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันภาวะสมองขาดเลือดและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

คุณค่าทางโภชนาการและสารสำคัญในแอปเปิล

เอลิ เบรเชอร์ (Eli Brecher) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ระบุว่าแอปเปิลหนึ่งผล (ขนาดกลางประมาณ 200 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 104 แคลอรี อุดมไปด้วยใยอาหาร 5 กรัม และมีวิตามินกับแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนี้:

  • วิตามินซี (Vitamin C): ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ

  • เพกทิน (Pectin): ใยอาหารชนิดละลายน้ำที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

  • เควอซิทิน (Quercetin): สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและป้องกันความเสื่อมของเซลล์ระบบประสาท

กลไกการทำงานในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ

แอปเปิลส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดผ่านกระบวนการทางชีวภาพหลายด้าน งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน American Journal of Clinical Nutrition (2020) พบว่าการบริโภคแอปเปิลเป็นประจำช่วยปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานของหลอดเลือดให้มีความยืดหยุ่นดีขึ้น และช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL)

นอกจากนี้ การศึกษาทางระบาดวิทยาระยะยาวระบุว่า การรับประทานแอปเปิลอย่างน้อย 4 ผลต่อสัปดาห์ สามารถลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงได้ถึง 9% ซึ่งความดันโลหิตสูงถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง

ประโยชน์ต่อระบบอื่นๆ ในร่างกาย

  • การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: แม้แอปเปิลจะมีรสหวาน แต่ประกอบด้วยน้ำตาลฟรุกโตสและใยอาหารสูง ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ลดภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงกะทันหัน โดยงานวิจัยพบว่าผู้ที่รับประทานแอปเปิลวันละ 1 ผล มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ลดลงถึง 28%

  • สุขภาพลำไส้และพรีไบโอติก: สารเพกทินในแอปเปิลทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก (Prebiotic) หรืออาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายและระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การต้านมะเร็ง: สารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มเควอซิทินมีศักยภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ โดยเฉพาะมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม

แนวทางการบริโภคและปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อลดความเสี่ยงโรค

เพื่อให้ได้รับคุณประโยชน์สูงสุดและป้องกันความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหลักปฏิบัติ ดังนี้:

  • บริโภคทั้งเปลือก: สารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหารส่วนใหญ่อยู่ที่บริเวณเปลือก การปอกเปลือกจะทำให้สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการไปมากกว่าครึ่ง (ควรล้างให้สะอาดเพื่อลดสารตกค้าง)

  • จำกัดปริมาณโซเดียม: ลดอาหารแปรรูปและอาหารหมักดอง เนื่องจากเกลือปริมาณสูงส่งผลโดยตรงต่อความดันโลหิต

  • เลี่ยงไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว: เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันสัตว์หรือเนย มาเป็นไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก หรือกรดไขมันโอเมก้า 3 จากปลาทะเล

  • ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มเกินปริมาณที่เหมาะสมเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดภาวะหลอดเลือดเปราะและแตกง่าย

โดยสรุป แอปเปิลจัดเป็นอาหารกลุ่ม "Superfood" ที่หาได้ใกล้ตัวและมีราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับคุณประโยชน์ทางโภชนาการ การเพิ่มแอปเปิลเข้าไปในมื้ออาหารประจำวัน ควบคู่กับการลดอาหารรสจัดและการออกกำลังกายสม่ำเสมอ คือกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและดูแลสุขภาพในระยะยาวอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  • American Journal of Clinical Nutrition (2020): Effects of apple consumption on vascular function and lipid biomarkers.

  • Harvard T.H. Chan School of Public Health: The Nutrition Source - Apples.

  • World Health Organization (WHO): Healthy diet and stroke prevention guidelines.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...