อะไรใหม่ ๆ ในปีที่ 14 ‘Grab’ บุกไต้หวัน อัพเกรดฟีเจอร์สับ ๆ ชู AI ผู้ช่วยรู้ใจ
การเดินทางของ “แกร็บ” (Grab) ในขวบปีที่ 14 มีหลายสิ่งน่าจับตา ตั้งแต่การพลิกบทบาทจาก “ซูเปอร์แอป” ที่มีบริการหลากหลาย ครอบคลุมทั้งส่งอาหาร เรียกรถ และการเงิน มาสู่ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” (Intelligent Everyday Guide) ด้วยการยกระดับฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้ฉลาด และเข้าใจผู้ใช้มากขึ้นด้วย AI
ไปจนถึงการขยายธุรกิจสู่ตลาด“ไต้หวัน” หลังประกาศซื้อกิจการ“ฟู้ดแพนด้า” (foodpanda) ในไต้หวัน มูลค่ากว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.9 หมื่นล้านบาท) ในปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา นัยว่าเพื่อสร้างการเติบโตนอกภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ ที่ “แกร็บ” ครองความเป็นผู้เล่นรายใหญ่อยู่แล้วใน 8 ประเทศ ทั้งไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม
ลุ้นปิดดีล “ไต้หวัน” กลางปี
“แอนโทนี ตัน” กรุ๊ปซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง Grab พูดถึงการเข้าซื้อกิจการ “ฟู้ดแพนด้า” ในไต้หวันว่าเป็นการขยายธุรกิจของแกร็บเข้าสู่ “ไต้หวัน” ถือเป็นตลาดที่ 9 และตลาดแรกนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเชื่อว่าความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานในการจัดการโลจิสติกส์ และการจัดส่งที่ซับซ้อนในเมืองที่มีประชากรหนาแน่น และปริมาณการจราจรสูงจะเข้ากันได้ดีกับ “ความคึกคัก” ของตลาดไต้หวัน
ที่สำคัญประชากร 23 ล้านคนของไต้หวันยังมีความต้องการบริการที่เน้นการใช้งานผ่านมือถือสูง เช่นเดียวกับผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แกร็บให้บริการอยู่ทุกวัน จึงเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจจัดส่งอาหารและของชำในตลาดนี้
“ความเข้าใจในท้องถิ่น คือเหตุผลที่ทำให้แกร็บให้บริการผู้บริโภค และพันธมิตรได้ดีกว่าใคร เราลงพื้นที่เพื่อรับฟังความต้องการของผู้ใช้โดยตรง พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยให้ผู้ค้าในท้องถิ่นและพันธมิตรเติบโต”
อย่างไรก็ตาม สถานะดีลนี้ในปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย และรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลตามระเบียบข้อบังคับ คาดว่าจะแล้วเสร็จในครึ่งหลังของปี 2026 โดยแกร็บตั้งเป้าที่จะดำเนินการย้ายฐานผู้ใช้ ร้านค้า และคนขับบนแอป foodpanda ไปยัง Grab ภายในต้นปี 2027
ส่องไฮไลต์ฟีเจอร์ใหม่
ในงาน “GrabX 2026” ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา “แกร็บ” จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประจำปี นำเสนอไลน์อัพนวัตกรรมใหม่ ใน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1.FOR LOCAL LIFE นวัตกรรมเพื่อเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์และตอบโจทย์ชีวิตคนยุคนี้ เช่น Group Ride บริการเรียกรถสำหรับการเดินทางเป็นกลุ่ม ที่เลือกจุดรับ-ส่งได้ตามต้องการ ช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดค่าโดยสารได้ถึง 40% เมื่อเดินทางในเส้นทางใกล้เคียงกัน
และ Grab AI Assistant เลขาฯ ส่วนตัวในรูปแบบ AI เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่าย เช่น เมื่อผู้ใช้ต้องการวางแผนงานเลี้ยงบริษัท ไม่ว่าจะสั่งผ่านฟู้ดดีลิเวอรี่ หรือทานที่ร้าน เพียงระบุจำนวนคน ประเภทอาหาร หรือข้อจำกัดด้านอาหาร AI จะช่วยแนะนำร้านอาหาร และจองให้ภายในแช็ตเดียว มีให้บริการในสิงคโปร์แล้ว และเตรียมขยายมายังประเทศอื่น ๆ ภายในสิ้นปีนี้
2.FOR EFFORTLESS TRAVEL นวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางที่ไร้รอยต่อ เช่น Personalised Travel Experience ทำหน้าที่เป็น“เพื่อนร่วมเดินทาง” ของผู้ใช้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนเรื่องพาสปอร์ต ข้อมูลเคาน์เตอร์เช็กอิน ทางออกประตูขึ้นเครื่อง หรือการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน พร้อมให้บริการในไทยในไตรมาส 3/2026
ถัดมาเป็น 3.FOR BUSINESS EMPOWERMENT นวัตกรรมเพื่อเสริมพลังและศักยภาพธุรกิจ เช่น Virtual Store Manager เปลี่ยนกล้องวงจรปิดให้เป็นผู้ช่วยจัดการร้านอัจฉริยะ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI Computer Vision มาช่วยดูแลร้านค้าทั้งด้านมาตรฐานสุขอนามัย หรือจำนวนพนักงานประจำร้าน พร้อมส่งการแจ้งเตือนเจ้าของร้านหากมีปัญหาเกิดขึ้น
และบริการ Driver AI Assistant เพื่อนคู่ใจบนท้องถนนของคนขับ และไรเดอร์ ช่วยให้ข้อมูล และคำแนะนำ ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ วิธีการเพิ่มรายได้ นโยบายของแกร็บ และการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น
ย้ำ “AI-First with Heart”
“แอนโทนี” พูดถึงเบื้องหลังการพัฒนาฟีเจอร์ AI ว่า นอกจากจะมีส่วนที่พัฒนาจากโมเดลระดับโลก เช่น GPT และ Gemini แล้ว ยังมีโมเดลที่แกร็บพัฒนาเองอย่าง “Grab Intelligence Layer” ซึ่งสร้างจากข้อมูลการสั่งดีลิเวอรี่และเรียกรถรวมกว่า 2 หมื่นล้านรายการ เป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และชั้นข้อมูล AI ที่ช่วยให้ระบบรับรู้ เข้าใจ คาดการณ์ และตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ
เช่น การตรวจจับลักษณะการขับขี่ ทั้งเส้นทาง ความเร็ว และการหยุดรถ เพื่อแจ้งเตือนคนขับ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หรือในฝั่งบริการดีลิเวอรี่ ก็ช่วยเรื่องการจัดกลุ่มคำสั่งซื้อ โดยคำนวณจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ สภาพถนน และเงื่อนไขของร้านค้า เพื่อให้คนขับทำรอบได้มากขึ้น ขณะที่ลูกค้าได้รับอาหารที่ยังร้อนอยู่
ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรุ๊ปซีอีโอ “แกร็บ” ย้ำว่า การพัฒนานวัตกรรมยึดถือแนวคิด “AI-First with Heart” ที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ GrabX ปี 2025 เป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นคนขับ ร้านค้า หรือใครก็ตาม จะเข้าถึงและใช้งานฟีเจอร์ที่ซับซ้อนเหล่านี้ได้อย่าง“เท่าเทียม” โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
“ผมเชื่อว่าการใช้ประโยชน์จาก AI ไม่ควรจำกัดอยู่แค่กลุ่มคนที่เชี่ยวชาญ หรือคนที่มีฐานะเท่านั้น แต่ต้องขยายไปถึงทุกคนเพื่อไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งแกร็บตั้งใจที่จะลดช่องว่างในการใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ จึงนำนวัตกรรมที่ซับซ้อนที่สุดมาแก้ปัญหาให้กับคนทั่วไป”
เปิดตัว Delivery Robot
การพัฒนานวัตกรรมยังไม่ได้หยุดแค่ส่วนที่ปรากฏบนหน้าจอสมาร์ทโฟน แต่ขยับมาสู่ “Physical Touch” หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจของร้านค้า และการประกอบอาชีพของคนขับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น กล้อง CCTV อัจฉริยะ ที่ช่วยให้เจ้าของร้านที่มีหลายสาขาบริหารจัดการธุรกิจได้แม้ไม่อยู่หน้าร้าน
และหุ่นยนต์ผู้ช่วย (Delivery Robot) ชื่อ “แคร์รี” (Carri) ที่จะรับอาหารจากร้านมาส่งถึงมือคนขับ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการหาร้านที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ไม่เจอปัจจุบันอยู่ในช่วงของการทดสอบการใช้งาน
“ที่ผ่านมาคนขับเสียเวลาในการสร้างรายได้ไปฟรี ๆ กับการเดินหาร้านอาหาร และรอให้ลูกค้าลงมารับของประมาณ 10% ถ้ามีนวัตกรรมที่ช่วยจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ก็น่าจะทำให้คนขับขยับไปรับงานถัดไปได้เร็วขึ้น”
เน้นใช้งานทั้งภูมิภาค
ด้าน“ฟิลลิป แคนดัล” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ Grab กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดตัวในแต่ละปีเป็นสิ่งที่ตั้งใจให้ใช้งานได้ทั้งภูมิภาค โดยที่ผ่านมาพยายามนำฟีเจอร์ต่าง ๆ เข้าสู่แต่ละประเทศให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อตอกย้ำความเป็น“ผู้นำ” ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แต่ที่ต้องทยอยปล่อยหรือนำร่องในบางประเทศไปก่อน เพราะแต่ละประเทศมีความท้าทายในการทำตลาดต่างกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับในท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด เช่น Cash Loan สินเชื่อเงินสดสำหรับบุคคลทั่วไป ที่ให้บริการในฟิลิปปินส์แล้ว และเตรียมขยายมาไทย และมาเลเซียกลางปี 2026
นอกจากการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ยังต้องสำรวจความเห็นจากผู้ใช้ คนขับ และร้านค้าในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เพื่อดูว่ามีความต้องการฟีเจอร์นั้นมากน้อยแค่ไหน และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา “จังหวะ” ในการปล่อยฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
“แกร็บเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์มาตลอด ยิ่งบริการต่าง ๆ เข้าถึง และใช้งานง่ายยิ่งทำให้เกิดการขยายฐานผู้ใช้ และมีความถี่ในการใช้งานเพิ่มขึ้น หรือถ้าเราช่วยให้ร้านค้าและคนขับทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม ก็จะเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการออร์เดอร์ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มโตแต่ทุกคนในอีโคซิสเติบโตไปพร้อม ๆ กัน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อะไรใหม่ ๆ ในปีที่ 14 ‘Grab’ บุกไต้หวัน อัพเกรดฟีเจอร์สับ ๆ ชู AI ผู้ช่วยรู้ใจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net