“เควิน วอร์ช” ลั่นยกเครื่องเฟดครั้งใหญ่ ดันดอกเบี้ยต่ำ-ลดงบดุล-เปลี่ยนกรอบคิดเงินเฟ้อ
"เควิน วอร์ช" ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ วางแผนปฏิรูปนโยบายการเงินครั้งใหญ่ ทั้งลดดอกเบี้ย ปรับมุมมองเงินเฟ้อ และลดขนาดงบดุล พร้อมเน้นความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 17.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าเควิน วอร์ช อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ ที่ถูกเสนอชื่อโดยโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนใหม่ แสดงวิสัยทัศน์ครั้งใหญ่ในการยกเครื่องนโยบายการเงิน หากได้รับตำแหน่ง โดยเสนอแนวทางสำคัญหลายด้าน เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย การเปลี่ยนกรอบคิดเรื่องเงินเฟ้อ การลดขนาดงบดุลของเฟด รวมถึงการเพิ่มความเป็นอิสระและลดบทบาทบางส่วนของธนาคารกลาง
ด้าน Mary Daly ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ให้ความเห็นว่า แม้เควิน วอร์ช จะมีแนวคิดชัดเจนในการปฏิรูป แต่สุดท้ายทิศทางนโยบายก็จะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจจริงที่เกิดขึ้น
แนวคิดหลักของเควิน วอร์ช ได้แก่
1. ต้องเปลี่ยนระบอบ (Regime Change)
เควิน วอร์ช มองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันมีปัญหาและขาดความน่าเชื่อถือ โดยเชื่อว่าความต่อเนื่องของนโยบายเดิมเป็นสาเหตุของเงินเฟ้อสูงในช่วงที่ผ่านมา และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
2. สนับสนุนดอกเบี้ยต่ำลง
เขาเสนอว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายควรลดลง โดยมองว่าสามารถทำได้ผ่านการลดขนาดงบดุลของเฟด และนำทรัพยากรไปสนับสนุนภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็ก
3. มุมมองใหม่ต่อเงินเฟ้อ
วอร์ช วิจารณ์แนวคิดเดิมของธนาคารกลาง โดยระบุว่าสาเหตุเงินเฟ้อไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกอย่างเดียว เช่น สงครามหรือโรคระบาด แต่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินและการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้เขายังมองว่าเทคโนโลยีอย่าง AI จะช่วยลดต้นทุนสินค้าในระยะยาว และอาจนำไปสู่แนวโน้มเงินเฟ้อลดลงเชิงโครงสร้าง
4. ลดขนาดงบดุล (Balance Sheet)
เขาเสนอให้เฟดลดขนาดงบดุลที่ปัจจุบันมีขนาดใหญ่มาก โดยเชื่อว่าจะช่วยเปิดทางให้อัตราดอกเบี้ยลดลงได้
5. เน้นความเป็นอิสระของเฟด
วอร์ช ย้ำว่าความน่าเชื่อถือของเฟดเป็นสิ่งสำคัญ และต้องรักษาความเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมืองและตลาดการเงิน
6. จำกัดขอบเขตบทบาท (Narrower Remit)
เขาเห็นว่าเฟดควรโฟกัสภารกิจหลักคือเสถียรภาพราคาและการจ้างงาน ไม่ควรขยายบทบาทไปยังประเด็นอื่นมากเกินไป
7. ประสานงานกับกระทรวงการคลังมากขึ้น
Warsh เสนอให้มีการสื่อสารร่วมกันระหว่าง Fed และกระทรวงการคลัง เพื่อให้ตลาดเข้าใจทิศทางนโยบายด้านงบดุลและการออกพันธบัตรอย่างชัดเจน
8. ลด “ความสับสน” ในการสื่อสาร
เขาวิจารณ์การสื่อสารของ Fed ในปัจจุบันว่ามีเสียงจากผู้กำหนดนโยบายจำนวนมากเกินไป จนสร้างความสับสนต่อตลาด และเสนอให้ลดความ “cacophony” หรือความหลากหลายของเสียงลง
โดย วอร์ช เตรียมชี้แจงแนวคิดเหล่านี้ต่อสมาชิกรัฐสภาในการไต่สวนรับรองตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าจะมีคำถามจำนวนมากเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในอนาคตของสหรัฐ
อ้างอิง : reuters.com