“พันธบัตรเอเชีย” เผชิญเงินไหลออกหนักสุดรอบ 4 ปี กว่า 7.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว
"พันธบัตรเอเชีย" เผชิญเงินไหลออกหนักสุดรอบ 4 ปี วิตกเงินเฟ้อพุ่งจากวิกฤตพลังงาน นักลงทุนต่างชาติเทขายพันธบัตรกว่า 7.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว
วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 14.53 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดพันธบัตรเอเชียเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างหนักในเดือนมีนาคม โดยมีเงินไหลออกสุทธิสูงสุดในรอบ 4 ปี ท่ามกลางความกังวลว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกระทบอุปทานน้ำมันและก๊าซ ส่งผลให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น
ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลและสมาคมตลาดตราสารหนี้ในหลายประเทศระบุว่า นักลงทุนต่างชาติเทขายพันธบัตรในเกาหลีใต้ ไทย มาเลเซีย อินเดีย และอินโดนีเซีย รวมสุทธิราว 7.57 พันล้านดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการไหลออกสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565
นักวิเคราะห์จาก ANZ ชี้ว่า นักลงทุนเริ่มลดการถือครองพันธบัตรระยะยาว เนื่องจากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้สินทรัพย์ประเภทนี้มีความน่าสนใจลดลง
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบ Brent crude ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 5% แตะระดับราว 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจไม่ยั่งยืน หลังเกิดเหตุยึดเรือและการตอบโต้กันในช่วงสุดสัปดาห์
Christopher Waller ระบุว่า หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังถูกจำกัด มีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะฝังตัวในสินค้าและบริการหลากหลายประเภท
เมื่อแยกเป็นรายประเทศ พบว่าเกาหลีใต้เผชิญเงินไหลออกมากที่สุดถึง 7.25 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่อินโดนีเซียและไทยมีเงินไหลออก 1.8 พันล้านดอลลาร์ และ 708 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม มาเลเซียและอินเดียยังคงมีเงินทุนไหลเข้า โดยมีมูลค่า 1.52 พันล้านดอลลาร์ และ 671 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ สะท้อนความแตกต่างของปัจจัยพื้นฐานในแต่ละประเทศ
อ้างอิง : reuters.com