ทำไมศิลปินหญิงถึงถูก ‘เกลียดชัง’ ได้ง่ายดาย ในขณะที่ผู้ชายในอุตสาหกรรมเดียวกันกลับได้รับพื้นที่ให้แยก ‘งาน’ ออกจาก ‘ทัศนคติ’ หรือ ‘ชีวิตส่วนตัว’ ได้อยู่เสมอ
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย เราได้เห็นกระแสเกลียดชังป๊อปสตาร์ดาวรุ่งมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Brithney Spears ที่ถูกคาดหวังให้ต้องเป็นสาวน้อยผู้ใสบริสุทธิ์ตลอดเวลา Amy Winehouse ที่มักโดนขายข่าวในช่วงที่เธอเปราะบางที่สุด พร้อมกับคำตัดสินซ้ำๆ ว่าเธอติดเหล้า จนกระทั่งทุกวันนี้แม้ว่า ‘สื่อแทบลอยด์’ อาจมีบทบาทในการบั่นทอนชื่อเสียงศิลปินน้อยลง แต่เราก็มี ‘โซเชียลมีเดีย’ เข้ามาแทนที่ และป๊อปสตาร์จำนวนมากก็ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง และใช่หรือไม่ว่า ยิ่งเป็นศิลปินหญิง ก็ยิ่งดูเหมือนจะโดนหนักกว่าเสมอๆ
แม้ในสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น และคนรู้เท่าทันสื่อ แต่ความเกลียดชังมักมาเป็นแพทเทิร์นที่คล้ายกัน นั้นคือ หากเป็นศิลปินหญิงที่ประสบความสำเร็จมากๆ หรือมักจะแสดงทัศนคติของตัวเองออกมา แม้พวกเธอจะทำอะไรให้ชาวเน็ตเคืองใจเล็กๆ น้อยๆ ก็มักกลายเป็นผิดไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Taylor Swift ที่ความสำเร็จระดับมหาศาลของเธอ (รวมถึงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน) กลายเป็นเหตุให้ถูกตั้งคำถามว่าเธอได้รับมันมากเกินไปหรือเปล่า? Sabrina Carpenter ที่เพียงแค่แสดงความเห็นบนเวที Coachella ว่าไม่ชอบการโห่ Zaghrouta (การส่งเสียงร้องดีใจของชาวอาหรับและแอฟริกัน) ของแฟนคลับ ถึงแม้ว่าเธอออกมาขอโทษภายหลังที่พูดไปแบบไม่คิด ก็ถูกวิพากษ์อย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นกัน
และหากลองดูใกล้ตัวเข้ามาอีกหน่อยอย่างในวงการเคป๊อป ศิลปินหญิงจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านที่รุนแรงกว่าฝั่งผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด เช่น Jennie ที่เคยถูกวิจารณ์ทั้งเรื่อง performance ไปจนถึงบุคลิกส่วนตัวเช่น การทำหน้าไม่เต็มใจเมื่อโดนขอลายเซนต์ในเวลาส่วนตัว หรือกระทั่งข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของเธอ ก็สามารถถูกตีความและขยายเป็นประเด็นได้ทันที แม้แต่ Manon วง KATSEYE ที่อยู่ภายใต้ค่ายเกาหลีอย่าง Hybe ที่เผชิญกับกระแสวิจารณ์ของการพลาดกิจกรรมในวงบ่อยๆ เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ จนทำให้ถูกพักงานแบบไม่มีกำหนด
เช่นเดียวกับในไทย กรณีของ ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ที่ตัดสินใจทำศัลยกรรม ท่ามกลางแรงกดดันจากคอมเมนต์ที่วิพากษ์วิจารณ์รูปลักษณ์ของเธออย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อเธอปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์แล้ว ก็ยังคงถูกวิจารณ์ไปในอีกทิศทาง เช่นว่าเธอมี beauty privilledge อย่างคอมเมนต์ที่ไปในทางเดียวกันว่า “ถ้าดูดีขึ้นคนจะใจดีกับเรามากขึ้น 100%” สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับศิลปินหญิง การถูกวิจารณ์มักไม่ได้หยุดอยู่แค่ ‘ผลงาน’ แต่ลามไปถึง ‘ตัวตน’ ในแบบที่ยากจะหลีกเลี่ยง
น่าสังเกตว่า หลายครั้ง เบื้องหลังของความเกลียดชังเหล่านั้นก็มาจากผู้หญิงด้วยกันเอง (Internalized Misogyny) ซึ่งนอกจากการเป็นผลผลิตของวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ที่กำหนดกรอบให้ผู้หญิงต้องมีลักษณะแบบหนึ่งๆ ถึงจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่พึงประสงค์ เรายังอาจอธิบายได้ผ่านแนวคิดทางจิตวิทยาอย่าง Social Comparison Theory ของ Leon Festinger ที่มองว่า มนุษย์มักประเมินคุณค่าของตัวเองผ่านการเปรียบเทียบกับผู้อื่น และเมื่อศิลปินหญิงบางคนถูกมองว่าสวย โดดเด่น หรือประสบความสำเร็จ ความรู้สึกค้านสายตาเหล่านั้นเมื่อรวมกับการเผลอเอาตัวเองเข้าไปเปรียบเทียบก็อาจแปรเปลี่ยนเป็นอคติหรือแรงต้านโดยไม่รู้ตัว
และในบางครั้ง ความรู้สึกนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นอคติหรือความไม่ชอบ นำไปสู่การนำไปสู่การจับผิดในทุกรายละเอียด และเปลี่ยนความไม่ชอบเล็กๆ ให้กลายเป็นกระแสเกลียดชัง
ขณะเดียวกัน ศิลปินหญิงยังต้องเผชิญกับภาวะ Double Bind หรือ ภาวะที่ไม่ว่าจะเลือกแสดงออกแบบไหนก็มีโอกาส ‘ผิด’ ได้เสมอ ไม่สวยตามแสตนดาร์ดก็อยากให้สวย มั่นใจมากไปก็ถูกมองว่าแรง เงียบหรือถ่อมตัว ก็ถูกมองว่าไม่โดดเด่นพอ เมื่อเปรียบเทียบกับศิลปินชาย ความผิดพลาดหลายอย่างมักถูกมองว่าเป็น ‘สีสัน’ หรือ ‘คาแรกเตอร์’ และเป็นปัญหาที่แยกแยะความเป็นมือโปรฯ กับนิสัยส่วนตัว ออกจากกันได้
ในขณะที่ผู้หญิงมักถูกตัดสินในระดับที่ลึกไปถึงตัวตน คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่าใครทำถูกหรือผิด แต่คือทำไม ‘ความไม่สมบูรณ์แบบ’ ของผู้หญิง ถึงถูกขยายให้ใหญ่และลึกกว่าที่ควรจะเป็นเสมอ
บทความต้นฉบับได้ที่ : ทำไมศิลปินหญิงถึงถูก ‘เกลียดชัง’ ได้ง่ายดาย ในขณะที่ผู้ชายในอุตสาหกรรมเดียวกันกลับได้รับพื้นที่ให้แยก ‘งาน’ ออกจาก ‘ทัศนคติ’ หรือ ‘ชีวิตส่วนตัว’ ได้อยู่เสมอ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com