โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พระปกเกล้าโพล คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้าน-รัฐบาล ร่วมมือกันก้าวผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ

AEC10NEWs

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • AEC10NEWS

ผลสำรวจบทบาทฝ่ายค้านและแนวทางการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวิกฤตสงครามที่ประชาชนอยากเห็น

วันที่ 10 เม.ย.69 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “บทบาทฝ่ายค้านและแนวทางการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวิกฤตสงครามที่ประชาชนอยากเห็น” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน

โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 16 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 27 - 30 มี.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

  • ในสถานการณ์วิกฤตจากสงครามเช่นนี้ ท่านคิดว่าฝ่ายค้านควรมีบทบาทแบบใดมากที่สุด (สำรวจโดย x Line Today)

  • 43.3% อยากเห็นฝ่ายค้านร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศ และตรวจสอบควบคู่กันไป

  • รองลงมา 22.4 % อยากเห็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้อำนาจ, 19.1% เสนอแนวทางทางเลือกเชิงนโยบายที่ชัดเจน มากกว่าการวิจารณ์รัฐบาล, 12.5% ลดความขัดแย้งทางการเมืองชั่วคราว เพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤตก่อนได้ และ 2.7% ไม่แน่ใจ

➡ ประชาชนเกือบครึ่ง ไม่ได้ต้องการฝ่ายค้านที่หยุดตรวจสอบรัฐบาล แต่ต้องการฝ่ายค้านที่มี “วุฒิภาวะทางการเมือง” และรับผิดชอบต่อสถานการณ์ของประเทศในยามวิกฤต คาดหวังให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ ช่วยประเทศเดินหน้าต่อได้ โดยยังคงบทบาทตรวจสอบอำนาจรัฐไว้

  • ทุกภาคประสานเสียงอยากเห็นฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างสมดุล ไม่เติมวิกฤตด้วยความขัดแย้ง ใต้-อีสาน นำโด่ง

  • ทุกภูมิภาคมีแนวโน้มหลักไปในทิศทางเดียวกัน คือ ต้องการให้ฝ่ายค้าน “ร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศและตรวจสอบควบคู่กันไป” โดยภาคใต้สูงสุด (49.1%) รองลงมาใกล้เคียงกัน คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (44.4%)

➡ ความคาดหวังต่อฝ่ายค้านในยามวิกฤตร่วมกัน คือ ประชาชนต้องการ ฝ่ายค้านที่มีความรับผิดชอบและไม่ทำให้เกิด “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ด้วยความขัดแย้งทางการเมือง แม้ภาคใต้และภาคอีสาน ซึ่งมีฐานเสียงที่สนับสนุนขั้วการเมืองค่อนข้างต่างกัน แต่กลับมีจุดร่วมทางความคิดในเรื่องนี้สูงที่สุด สะท้อนว่า เมื่อเป็นเรื่องความอยู่รอดที่จำเป็น อุดมการณ์ทางการเมืองอาจถูกให้ความสำคัญเป็นรองกว่า คนในพื้นที่ต่างต้องการให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ปัญหาปากท้องอย่างแท้จริง

  • หนุนรัฐพยุงค่าครองชีพและค่าเดินทางช่วงสงกรานต์นำโด่ง- แต่ละภาคคาดหวังต่างกัน ภาพรวมอยากเห็น “แผนพลังงานต้องชัด - ลดค่าครองชีพต้องไว”

  • 76.1% ค่อนข้างเห็นด้วย-เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลควรออกมาตรการชั่วคราวในช่วงสงกรานต์ (เช่น พยุงราคาพลังงาน, เพิ่มเที่ยวเดินทาง, ลดภาระค่าเดินทาง) รองลงมา คือ 17.4% ไม่ค่อยเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และ 6.5% ไม่แน่ใจ

  • ปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลมากขึ้น ในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง คือ การมีแผนรับมือด้านพลังงานที่ชัดเจน (27.0%) สูงสุด รองลงมา คือ มีมาตรการช่วยค่าครองชีพที่เห็นผลเร็ว (23.0%), มีทีมเศรษฐกิจน่าเชื่อถือและตัดสินใจรวดเร็ว (17.1%), สื่อสารข้อมูลตรงไปตรงมาและต่อเนื่อง (16.8%) และ ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้ (16.1%)

  • เมื่อแยกปัจจัยสูงสุดตามภูมิภาค: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (34.2%) จะเชื่อมั่นมากขึ้นหากรัฐบาล “มีแผนรับมือด้านพลังงานที่ชัดเจน” ส่วน ภาคเหนือ (28.5%) และ ภาคใต้ (27.1%) จะเชื่อมั่นมากขึ้นหาก “มีมาตรการช่วยค่าครองชีพที่เห็นผลเร็ว” ขณะที่ กรุงเทพฯ (28.8%) จะเชื่อมั่นมากขึ้นหากรัฐบาล “สื่อสารข้อมูลตรงไปตรงมาและต่อเนื่อง” และ ภาคกลาง (29.8%) และ ภาคตะวันออก (25.6%) ระบุว่า ไม่แน่ใจ

➡ ประชาชนถึงกว่า 3 ใน 4 ให้ความสำคัญอย่างมากกับมาตรการเฉพาะหน้าที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายที่กระทบชีวิตจริง โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว สะท้อนความกังวลต่อผลกระทบด้านค่าครองชีพอย่างชัดเจน ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในยามวิกฤตจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารที่เป็นรูปธรรม ทั้งผ่านแผนรับมือที่ชัดเจนและมาตรการช่วยเหลือที่เห็นผลรวดเร็ว อีกทั้งผลเชิงภูมิภาคยังชี้ว่า แม้ประชาชนทุกพื้นที่จะเผชิญความกังวลจากวิกฤตเศรษฐกิจร่วมกัน แต่ลำดับความสำคัญที่คาดหวังจากรัฐบาลยังแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 16

ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า ในยามวิกฤตประชาชนไม่ได้ต้องการการเมืองที่ซ้ำเติมความขัดแย้ง แต่ต้องการทั้ง ฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และ รัฐบาลที่รับมือได้จริง โดยฝ่ายค้านควรทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ คือร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศ พร้อมกับคงบทบาทตรวจสอบควบคู่กันไป ขณะเดียวกัน ประชาชนก็กำลังมองหาความเชื่อมั่นจากรัฐบาลทั้งในระดับยุทธศาสตร์และระดับปฏิบัติ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งออกมาตรการเฉพาะหน้าที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง พร้อมแสดงแผนรับมือด้านพลังงานอย่างชัดเจน และสื่อสารต่อสังคมอย่างตรงไปตรงมา เพราะความเชื่อมั่นในยามวิกฤตจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อประชาชนเห็นทั้งความตั้งใจและความสามารถในการบริหารที่เป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...