3 นาทีสะเทือนสภา! ‘นันทนา’ ซัดนโยบายรัฐอยู่กลางทุ่งลาเวนเดอร์ ไม่เห็นหัวประชาชน
3 นาทีสะเทือนสภา! ‘นันทนา’ ซัดนโยบายรัฐอยู่กลางทุ่งลาเวนเดอร์ ไม่เห็นหัวประชาชน - เปรียบ ประเทศอยู่ ICU แต่ชวนคนสวดมนตร์ เพื่อสิริมงคล - รัฐบาลท่องคาถารวย แต่ประชาชนร้องไม่ไหว - ถาม รัฐบาลชุดนี้ตั้งมาเพื่ออะไร?
วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายถึงนโยบายของรัฐบาล ว่า ในฐานะ สว.อิสระ ตนได้เวลา 3 นาที นั่นส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะอยู่สั้นเหมือนครั้งที่แล้วหรือไม่ รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นในภาวะวิกฤตพลังงาน จึงเป็นวิกฤติเศรษฐกิจไปพร้อมกัน จากนโยบาย 23 ข้อ ตนเห็นว่ารัฐบาลกำลังจัดนโยบายอยู่ในทุ่งเวนเดอร์ แต่ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตอยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้ รัฐบาลมัวแต่ท่องคาถา “รวยไม่ไหวแล้ว” ทุกท่านรวย แต่เสียงในหัวประชาชนบอกว่า “เขาทนไม่ไหวแล้ว” ตนนั่งฟังนายกรัฐมนตรีแถลงด้วยความปวดใจ เพราะปัญหาใหญ่ของประเทศไม่ได้ถูกบรรจุเอาไว้ในนโยบายของรัฐบาลเลย ถ้อยแถลงนโยบายใช้วาทกรรมสวยหรูแต่ไม่ได้แก้ปัญหา เปรียบเหมือนประเทศกำลังอยู่ในห้อง ICU ยังชวนประชาชนมาสวดมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลอยู่เลย
นางสาวนันทนา กล่าวต่อว่า ชีวิตของชาวภาคเหนือในเวลานี้กำลังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับมลพิษ P.M. 2.5 พวกเขาอยู่อากาศเลวร้ายที่สุดในโลกมา 2 สัปดาห์แล้ว รัฐบาลกลับไม่บรรจุเรื่องนี้ในนโยบาย อีกทั้งยังไม่มีเจตจำนงที่จะเอา พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับมาดำเนินการให้เป็นกฎหมายต่อไป รัฐบาลนี้มองว่าชีวิตของประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุนเท่านั้น
สำหรับปัญหาปากท้องที่ประชาชนทั้งประเทศกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ คือ เรื่องพลังงาน ตอนนี้น้ำมันแพง ส่งผลต่อไฟฟ้า ทุกวันนี้เราใช้ไฟฟ้าราคาแพง เพราะค่าพร้อมจ่ายที่คนไทยจะต้องแบกให้กับบริษัทที่ไม่ได้ผลิตไฟฟ้า แต่ได้ค่าตอบแทนตามสัญญา ทำไมรัฐบาลไม่รื้อโครงสร้างสัญญาทาสนี้เพื่อปลดปล่อยคนไทยให้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่สมเหตุสมผล
ส่วนเรื่องอนาคตของประเทศที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐบาลจงใจที่จะไม่ใส่ไว้เลยแม้แต่ประโยคเดียว นโยบายฉบับก่อนเขียนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไว้ 3 บรรทัดว่าน้อยแล้ว แต่ฉบับนี้ไม่เขียนถึงเลย ทั้งที่ประชาชนคนไทย 21 ล้านเสียง ลงประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญไปพร้อมกับการเลือกท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะเทกันกลางแดดแบบนี้ไม่ได้ เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่ควบคุมกติกาหลักของประเทศไว้ ที่ประเทศเราทดถอย GDP 1.8 มา 10 ปี ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเมื่อประชาชน 60% แสดงเจตจำนงชัดเจน เห็นชอบที่จะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามประชามติโดยเร็ว แล้วเหตุใดจึงไม่บรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล เช่นเดียวกับเรื่องนิติธรรมที่ประชาชนจับตาดูอยู่ ก็ไม่ได้บรรจุไว้ตรงส่วนไหนของนโยบายเลย ไม่มี เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คดีฮั้ว สว. , คดีเขากระโดง ก็จะถูกเป่าหายไปในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย จากคำแถลงทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะรักษาชีวิต ปากท้อง และอนาคตของประชาชนแม้แต่น้อย พูดได้เลยว่ารัฐบาลจัดนโยบายแบบไม่เห็นหัวประชาชน คำถามคืนแล้วรัฐบาลชุดนี้ตั้งมาเพื่ออะไร