โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ADB ประเมินสงครามตะวันออกกลางทุบเศรษฐกิจไทยโตต่ำสุดในอาเซียน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เผยแพร่รายงาน Asian Development Outlook ประจำเดือนเมษายน 2569 ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นกว่า 70% นับตั้งแต่ต้นปี กระทบต่อภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกผ่านราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และภาวะการเงินโลก

ภายใต้สถานการณ์ที่ความขัดแย้งคลี่คลายเร็ว ADB คาดการณ์ว่า GDP ของเอเชียและแปซิฟิกกำลังพัฒนาจะขยายตัว 5.1% ทั้งในปี 2569 และ 2570 ชะลอลงจาก 5.4% ในปี 2568

แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงไตรมาส 3 ปี 2569 GDP อาจร่วงลงเหลือเพียง 4.7% และในกรณีรุนแรงสุดที่ราคา Brent พุ่งถึง 155 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล GDP ภูมิภาคอาจต่ำกว่าคาดถึง 1.3 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินเฟ้ออาจสูงกว่าคาดถึง 3.2 จุดเปอร์เซ็นต์

ผลกระทบไม่ได้จำกัดเพียงราคาพลังงาน เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตปุ๋ยสำคัญอย่างยูเรียและแอมโมเนีย ซึ่งส่วนใหญ่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การหยุดชะงักจึงกดดันต้นทุนการเกษตรและราคาอาหาร

นอกจากนี้ภาคการผลิตเซมิคอนดักเตอร์อาจได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ ขณะที่การท่องเที่ยวและเงินโอนจากแรงงานในตะวันออกกลางก็มีแนวโน้มชะลอตัว

สำหรับประเทศไทย ADB ประมาณการ GDP ปี 2569 เพียง 1.8% ต่ำที่สุดในอาเซียน โดยมีแรงกดดันจากการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวและแรงส่งจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่กำลังจะหมดลง ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยเป็น 2.0% ในปี 2570

ขณะที่เวียดนามและอินโดนีเซียยังขยายตัวได้ดีที่ 7.2% และ 5.2% ตามลำดับ ส่วนอินเดียยังเป็นดาวเด่นของภูมิภาคด้วย GDP คาดอยู่ที่ 6.9%

ADB ประเมินว่าปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้มาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่พุ่งสูง ต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น และอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพียง 2.4% ลดลงจาก 2.9% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 32.9 ล้านคนในปี 2568 ลดลงจาก 35.5 ล้านคนในปี 2567 และยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิดที่ 40 ล้านคน

ปัจจัยสำคัญคือนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ท่ามกลางการแข่งขันจากจุดหมายปลายทางอื่นที่เข้มข้นขึ้น ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพียง 2.7% ชะลอลงจาก 4.4% ในปีก่อน เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 86.8% ของ GDP

ในด้านราคาสินค้า ปี 2568 ไทยเผชิญภาวะเงินเฟ้อเฉลี่ยติดลบ 0.1% จากราคาพลังงานโลกที่ลดลงและมาตรการรัฐในการตรึงราคาไฟฟ้าและน้ำมัน

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในปี 2569 เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ ADB คาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้จะอยู่ที่ 1.3%

ในด้านการส่งออก แม้ปี 2568 จะเติบโตได้ถึง 11.9% โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนมาตรการภาษีสหรัฐฯ แต่ในปี 2569 แรงส่งนี้จะหมดลง ขณะที่ไทยต้องรับมือกับภาษีนำเข้าสหรัฐฯ อัตราชั่วคราว 10% พร้อมภาษีเฉพาะสินค้าเพิ่มเติมและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าที่ยังคงสูง

นอกจากนี้เส้นทางเดินเรือที่ถูกรบกวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเพิ่มต้นทุนขนส่งและประกันภัยอีกด้วย

ด้านการท่องเที่ยว ADB ประเมินว่าจะยังมีความไม่แน่นอนสูงตลอดปี 2569 เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กระทบเส้นทางบิน ต้นทุนการเดินทาง และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางการแข่งขันระดับภูมิภาคที่รุนแรง

อย่างไรก็ตาม ADB ชี้ว่ายังมีปัจจัยบวกบางส่วน โดยการลงทุนภาคเอกชนปี 2568 เริ่มฟื้นตัวในอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับ BOI เพิ่มขึ้น 66% ในแง่มูลค่าจากปีก่อน นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมดิจิทัล และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการขยายตัวในระยะยาว

ADB ระบุว่าความเสี่ยงขาลงที่สำคัญของไทย ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าโลก ข้อจำกัดด้านการคลังจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นแตะ 65.1% ของ GDP ณ สิ้นปีงบประมาณ 2568 รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังต้องการการแก้ไขด้านการยกระดับทักษะแรงงาน การเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าในประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...