โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากวัวปีนภูเขาสู่กุ้งเปรี้ยว เปิดแผนรีแบรนด์ต้มยำกุ้งฉบับเขมร ไทยมีอึ้ง

TeeNee.com

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดราม่าข้ามพรมแดน! เขมรเคลมต้มยำกุ้งอ้างเป็นของโบราณ เตรียมเปลี่ยนชื่อใหม่ฟังแล้วอึ้ง
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง The Wild Chronicles Group ได้แชร์เรื่องราวที่ทำเอาชาวเน็ตไทยต้องขยี้ตาแรง เมื่อฝั่งกัมพูชาเริ่มมีการรณรงค์ครั้งใหม่ คราวนี้พุ่งเป้าไปที่เมนูซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลกอย่าง "ต้มยำกุ้ง" โดยมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อจากต้มยำกุ้งที่ทุกคนคุ้นเคย ให้กลายเป็นชื่อภาษาเขมรที่มีความหมายว่า "กุ้งเปรี้ยว" หรือ "ทะเลเปรี้ยวเผ็ด" แทน
ที่พีคไปกว่านั้นคือมีคอมเมนต์บางส่วนจากฝั่งเพื่อนบ้านอ้างว่า ต้มยำกุ้งถูกคิดค้นโดยชาวเขมรโบราณตั้งแต่สมัยที่เคยปกครองสยามเมื่อหลายร้อยปีก่อน พร้อมตั้งคำถามใส่ยูเนสโก (UNESCO) แบบงงๆ ว่าปล่อยให้ไทยขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียวได้ยังไง ทั้งที่ประเทศอื่นก็มีเมนูนี้ขายเหมือนกัน
ย้อนรอยวีรกรรมเก่า จาก "หมูกระทะ" สู่ "วัวปีนภูเขา"
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการรณรงค์เปลี่ยนชื่ออาหาร เพราะก่อนหน้านี้ชาวเขมรเคยทำสำเร็จมาแล้วกับเมนู "หมูกระทะ" ที่ถูกรีแบรนด์ใหม่ในชื่อสุดล้ำว่า "วัวปีนภูเขา" ซึ่งครั้งนี้ดูเหมือนจะพยายามใช้สูตรเดิมมาจัดการกับต้มยำกุ้ง แต่ดูท่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้มยำกุ้งของไทยนั้นเพิ่งจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากยูเนสโกไปเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมานี้เอง
งานนี้ทำเอาชาวเน็ตไทยแห่คอมเมนต์กันสนั่น มีทั้งสายฮาที่เข้าไปขำกับชื่อใหม่ และสายจริงจังที่ออกมาปกป้องสิทธิ์ในอาหารประจำชาติ พร้อมตั้งคำถามว่าการเปลี่ยนชื่ออาหารที่คนทั้งโลกเขารู้จักกันหมดแล้วจะทำไปเพื่ออะไร? ทริปนี้บอกเลยว่า "ต้มยำ" หม้อนี้รสชาติแซ่บทะลุจอแน่นอน

อ่านเลยก่อนใคร!

พักรบ! เปิดข้อตกลง ทรัมป์ อเมริกา หยุดยิง อิหร่าน 2 สัปดาห์
ความจริงซ่อนในร่างอาจารย์ใหญ่ ที่ฆาตกรต้องผวา
รู้จักการย้อนวัยด้วยCellยามานากะ ที่ทำคำว่าแก่ไม่ถาวรอีกต่อไป
รวมแอปเบ้าหน้าฟ้าประทาน สแกนปุ๊บ รู้จุดเด่นปั๊บ สวยขึ้นทันตา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...