โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เลิกเชื่อ 'กรนคือเรื่องปกติ' ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถิติโลกชี้ประชากรกว่า 53% ประสบปัญหาการนอนหลับ ขณะที่ 32% มี”ภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรัง”ระหว่างวัน จากการพักผ่อนไม่เพียงพ ขณะที่คนไทยกว่า 7.7 ล้านคนตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA)

เรสเมด (ResMed) เร่งยกระดับความตระหนักรู้ในวันนอนหลับโลกปี 2026 เปิดตัวแคมเปญ “Every Journey Begins with Better Sleep” เปลี่ยนความเชื่อคนไทย “นอนกรดคือเรื่องปกติ” ชี้เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องแก้ไขส่งคาแรคเตอร์ ‘Sleep Monster’ สัญลักษณ์แทนภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ ที่คอยรบกวนการนอนและดูดพลังงานคน และรถโมบายล์กระจกใสบุกย่านธุรกิจ-สวนสาธารณะทั่วกรุง หวังเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้หยุดมองข้ามเสียงกรน และเข้าสู่ระบบคัดกรองสุขภาพเชิงรุกผ่าน Digital Health Ecosystem

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'นอนกรน-นอนหลับมากเกินไป' เสี่ยงภาวะซึมเศร้ามากกว่าคนปกติ 40%

'DPU Open House 2026’ ชวน GEN Z ค้นหาตัวตน ปลุกศักยภาพเปลี่ยนอนาคต

“นอนกรน” ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่คือสัญญาณเตือนภัยสุขภาพ

แม้เสียงนอนกรนจะถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่ในความเป็นจริง นี่อาจเป็น “สัญญาณอันตราย” ที่กำลังบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะ “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น” หรือ OSA (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งกำลังกลายเป็นภัยเงียบที่คุกคามคุณภาพชีวิตของคนไทยจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนภาพปัญหาที่ชัดเจนขึ้น เมื่อพบว่าคนไทยกว่า 7.7 ล้านคน มีความเสี่ยงต่อภาวะ OSA ขณะที่ในระดับโลก ผลสำรวจ Resmed’s 2026 Global Sleep Survey ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชากรกกว่า 30,000 คนใน 13 ประเทศ ระบุว่า 53% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีปัญหาคุณภาพการนอน โดยสามารถนอนหลับได้ดีเพียง 4 คืนหรือน้อยกว่าต่อสัปดาห์ และอีก 32% รู้สึกเหนื่อยล้าระหว่างวัน จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงผลกระทบในระดับเศรษฐกิจและสังคม ทั้งประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการหลับใน รวมถึงโรคเรื้อรังที่ตามมา เช่น โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

"นอนกรน" สัญญาณเตือนภาวะ OSA

น.ส.พิมพ์มนัส รินทร์ศรี ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาค บริษัท เรสเมด เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ความท้าทายสำคัญคือ คนจำนวนมากยังไม่ตระหนักว่า “นอนกรน” คือหนึ่งในสัญญาณเตือนหลักของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) อาการที่พบได้บ่อย เช่น ง่วงซึมในเวลากลางวัน อ่อนเพลียเรื้อรัง แม้จะนอนครบชั่วโมง หรือมีเสียงกรนดังผิดปกติ ล้วนเป็น Red Flag ที่ไม่ควรมองข้าม

เพื่อยกระดับการรับรู้และเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค เรสเมดจึงเปิดตัวแคมเปญ “Every Journey Begins with Better Sleep: เริ่มต้นคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการนอนที่มีคุณภาพ” เนื่องในโอกาสวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ปี 2026 โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ทำให้เรื่องสุขภาพที่ซับซ้อน “เข้าใจง่ายและจับต้องได้” มากขึ้น

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของแคมเปญคือการนำเสนอคาแรคเตอร์ “Sleep Monster” หรือ “ปีศาจแห่งการนอนหลับ” ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นสัญลักษณ์แทนภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ ที่คอยรบกวนการนอนและดูดพลังงานชีวิตของผู้คนในยามค่ำคืน แนวคิดนี้ถูกพัฒนาเพื่อสื่อสารให้คนทั่วไปเข้าใจภาพของ “ภัยเงียบ” ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

น.ส.อรุชา พรหมยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาค กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญคือ “มายาคติ” ที่ฝังอยู่ในสังคมว่า การนอนกรนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่เคยคิดจะตรวจเช็กสุขภาพการนอนของตนเองเพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชีวิตประจำวัน แคมเปญนี้จึงนำกิจกรรม Mobile Awareness Drive เข้ามาเป็นเครื่องมือหลัก ผ่าน “รถโมบายล์กระจกใส” ที่จำลองสถานการณ์ Sleep Monster กำลังก่อกวนการนอน โดยออกเดินสายไปยังพื้นที่สำคัญของเมือง ตั้งแต่ย่านธุรกิจ ไปจนถึงพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมอย่าง “สวนรถไฟ” (สวนวชิรเบญจทัศ) เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงและกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการใช้ Digital Health Ecosystem เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยเรสเมดเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการประเมินความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ผ่าน LINE Official Account: @Resmedthailand ซึ่งสามารถทำแบบประเมิน OSA เบื้องต้นได้ฟรี รวมถึงรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ

การผลักดันให้ “การตรวจเช็กการนอน” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเชิงรับ ไปสู่การป้องกันเชิงรุก โดยเฉพาะในยุคที่สุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาโรค แต่หมายถึงการบริหารคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ท้ายที่สุด แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมการตลาด แต่เป็นการสื่อสารเชิงสังคมที่ชี้ให้เห็นว่า “การนอน” คือหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานของสุขภาพที่ถูกมองข้ามมากที่สุด และการลงทุนกับการนอน คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดทั้งในมิติของสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประเทศในภาพรวม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...