ไทยไม่ถึงขั้น “ทะเลทราย” แต่ส่อวิกฤตกึ่งแล้ง! จ่อกระทบทั้งประเทศ
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ระบุว่า ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับคำถามจากภาคประชาชนจำนวนมากว่า ประเทศไทยมีโอกาสจะเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งรุนแรงจนกลายเป็นทะเลทรายหรือไม่ ท่ามกลางความกังวลจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยมีโอกาสน้อยมากที่จะกลายเป็นทะเลทรายจริง ๆ แต่มีแนวโน้มจะเผชิญสภาพคล้ายกึ่งแห้งแล้งมากขึ้น เช่น อากาศร้อนจัด ความถี่ของคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้น ภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น และความเครียดด้านทรัพยากรน้ำ
เหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยจะไม่กลายเป็นทะเลทราย เนื่องจากประเทศตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมเขตร้อน ซึ่งมีลมจากมหาสมุทรพาความชื้นเข้าสู่แผ่นดินตามฤดูกาล แม้โลกจะร้อนขึ้น แต่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศของ Intergovernmental Panel on Climate Change บ่งชี้ว่า ปริมาณฝนรวมทั้งปีของไทยยังคงมีอยู่ในระดับสูง การจะกลายเป็นทะเลทรายแบบ ทะเลทรายซาฮารา นั้น ต้องมีปริมาณฝนต่ำมากตลอดทั้งปี ซึ่งไม่สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศของไทย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นจริงคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลักษณะที่รุนแรงและสุดขั้วมากขึ้น ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้นจนทำให้ “ดัชนีความร้อน” อยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ปริมณฑล ที่อาจเผชิญปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนในเมือง”
นอกจากนี้ ภัยแล้งมีแนวโน้มยาวนานขึ้น ฤดูแล้งอาจขยายตัวมากขึ้น ขณะที่มรสุมอาจมาช้าลง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดินมีโอกาสเสื่อมสภาพในลักษณะกึ่งแห้งแล้ง ขณะเดียวกัน รูปแบบฝนจะยิ่งแปรปรวนมากขึ้น โดยเกิดลักษณะ “สุดขั้ว” คือ ฝนตกหนักในบางช่วง แต่มีช่วงฝนทิ้งช่วงยาวนานมากขึ้น
แม้ประเทศไทยจะไม่มีแนวโน้มกลายเป็นทะเลทราย แต่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังผลักให้ประเทศเข้าสู่ภาวะกึ่งแห้งแล้งที่รุนแรงขึ้น ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และฝนแปรปรวน จึงจำเป็นต้องเตรียมรับมืออย่างจริงจังเพื่อปกป้องทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง