โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ลูกหลานสายสกุลสนิทวงศ์ เปิดหลักฐาน 100 ปี ชี้ชัด สันปันน้ำคือสันผา ยัน เขตแดนไทย-กัมพูชาจบแล้ว ตามสัญญาประธาน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
วันนี้ (16 มี.ค. 69) เวลา 11.00 น. ตัวแทนทายาทราชสกุลสนิทวงศ์ นำโดย นายพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, นายสุรภพ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, นายวัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

วันนี้ (16 มี.ค. 69) เวลา 11.00 น. ตัวแทนทายาทราชสกุลสนิทวงศ์ นำโดย นายพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, นายสุรภพ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, นายวัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และนายภาคย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ในฐานะลูกหลานแห่งราชสกุลและสายตรงพลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ ร่วมกันเปิดเผยข้อมูลประวัติศาสตร์การปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอธิปไตยของชาติ

นายพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวว่า เมื่อครั้งวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ฝรั่งเศสส่งเรือรบมาปิดปากอ่าวไทย ประเทศไทยรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมมาได้ด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เงินถุงแดง ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเตรียมไว้กู้ชาติ

ในเวลานั้น ฝรั่งเศสหมายปองเมืองชายฝั่งอย่างจันทบุรีและตราด แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลที่ทรงรักประชาราษฎร์และต้องการรักษาเมืองชายทะเลสำคัญที่มีคนไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พระองค์จึงจำต้องยอมเสียสละดินแดนส่วนอื่น ได้แก่ ลาวในปัจจุบัน และมณฑลบูรพา (พระตะบอง, เสียมราฐ, ศรีโสภณ) เพื่อแลกกับการรักษาจันทบุรีและตราดเอาไว้

การเสียดินแดนในปี ค.ศ. 1904 นำมาสู่การปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน-ฝรั่งเศส รัชกาลที่ 5 ทรงมอบหมายให้ หม่อมชาติเดชอุดม (ม.ร.ว.สท้าน สนิทวงศ์) นายร้อยทหารบกจากโรงเรียนนายร้อยเดนมาร์ก เป็นหัวหน้าคณะกรรมการปักปันฝ่ายสยาม เจรจากับคณะของ พันตรีแบร์นาร์ด (Commandant Bernard) หัวหน้าคณะฝ่ายฝรั่งเศส

ทั้งนี้ หม่อมชาติเดชอุดม หรือต่อมาคือ พลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ มีความสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ โดยท่านเป็นคุณตาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นพระปัยกา (ทวด) ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

นายสุรภพ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ระบุว่า การเจรจาปักปันพรมแดนตามสนธิสัญญา ค.ศ. 1907 ยึดถือพรมแดนธรรมชาติ (Natural Border) เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดได้มีการแปลบันทึกการประชุมนับร้อยหน้าจากภาษาฝรั่งเศสโดย คุณเปรมิกา สุจริตกุล นายกสมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศส พบว่าเอกสารแนบท้ายสัญญาประธานนี้ระบุชัดเจนถึงคำว่า สันปันน้ำ ในยุคนั้นว่าคือ สันผา นายภาคย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อธิบายรายละเอียดสำคัญ 4 ประการที่ตกลงกันไว้คือ

1. ยึดแนวสันเขาพนมดงรักที่เด่นชัดเป็นพรมแดน

2. ต้องเป็นแนวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากฝั่งกัมพูชา (ซึ่งต่ำกว่าฝั่งไทยอย่างน้อย 100 เมตร)

3. ต้องเป็นแนวที่ไม่สามารถเดินข้ามผ่านได้โดยไม่รู้ตัว เพื่อป้องกันข้อพิพาท

4. ยึดแนวนี้ตลอดเทือกเขาพนมดงรักจนถึงที่ราบฉนวนเขมร (จ.สระแก้ว)

การยึด สันผา แทนการใช้จุดสูงสุด (Highest Elevation) แบบสมัยใหม่ เป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด เพราะไทยจะอยู่ในจุด "สูงข่ม" ได้เปรียบในเชิงการทหาร และสอดคล้องกับภูมิวัฒนธรรมที่แบ่งแยกกลุ่มคนบนที่ราบสูงโคราชและที่ราบต่ำเขมรออกจากกันอย่างชัดเจน

นายวัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวย้ำว่า ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกิดจากการไม่ยึดตามสัญญาประธาน แต่กลับไปใช้นิยามสันปันน้ำตามเทคโนโลยีดาวเทียมสมัยใหม่ ซึ่งในทางภูมิศาสตร์ หน้าผาอาจมีการกัดกร่อนเพียงเล็กน้อย แต่หากใช้จุดสูงสุดเป็นตัวตั้ง พรมแดนอาจคลาดเคลื่อนไปได้ไกลถึง 5 กิโลเมตร จนเกิดเป็น พื้นที่ทับซ้อน ขึ้นมา

เราขอยืนยันว่าการปักปันเขตแดนได้สำเร็จสิ้นสุดลงแล้วเมื่อร้อยกว่าปีก่อน แผนที่ใดๆ ที่จัดทำขึ้นภายหลังแล้วขัดกับสัญญาประธานถือว่าไม่ถูกต้อง ปัญหาทุกอย่างจะจบลงทันทีหากทุกฝ่ายกลับมายึดถือตามบันทึกการเจรจาปักปันในสัญญาประธานที่ระบุว่าสันปันน้ำคือสันผา

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...