โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ากรีต้องแยก! แฉ 'เลเอา' ฉุน 'พูลิซิช' ไม่ยอมจ่ายบอล

Soccersuck

เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 05.57 น. • Soccersuck

มีรายงานว่า ราฟาเอล เลเอา ยังหัวเสียไม่เลิก ถึงขั้นไปแสดงอารมณ์ต่อในห้องแต่งตัว หลังเกม เอซี มิลาน บุกแพ้ ลาซิโอ 1-0 โดยเป้าหมายความไม่พอใจของเขาคือ คริสเตียน พูลิซิช จน มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ต้องเข้ามาห้ามทัพ

ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสแสดงอาการหงุดหงิดชัดเจน ตั้งแต่ตอนโดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 67 ของเกมที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก้

เขาเดินออกจากสนามแบบช้ามาก จน ไมค์ เมญอง ผู้รักษาประตู ต้องวิ่งขึ้นมาครึ่งสนามเพื่อดันตัวเขาออกไป และ เลเอา ยังไม่ยอมรับการปลอบใจจาก อัลเลกรี ที่พยายามจะเข้ามากอดด้วย

หลังจบเกม อัลเลกรี ให้สัมภาษณ์ว่า "เขาหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะมีจังหวะที่เขาน่าจะได้บอลดีกว่านี้ เลยทำให้เขาโมโห แต่มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในเกม"

แต่ตามรายงานของ Gazzetta dello Sport ระบุว่า เลเอา ไม่ได้แค่หงุดหงิดธรรมดา แต่โกรธ พูลิซิช โดยตรง เพราะมองว่าไม่ยอมจ่ายบอลให้เขาในจังหวะเกมรุกสำคัญถึง 2 ครั้ง

ที่หนักกว่านั้นคืออารมณ์เดือดยังไม่จบแค่ในสนาม แต่ลากยาวไปถึงห้องแต่งตัวหลังจบเกม จนถึงขั้นที่ อัลเลกรี ต้องเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน และสั่งให้ใจเย็นลง

ต้องบอกเลยว่า คู่หูเกมรุกคู่นี้ยังไม่เวิร์กสำหรับมิลาน เพราะ พูลิซิช ยังยิงประตูไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียวในปี 2026 ซึ่งก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาเลือกจะไม่จ่ายบอล เพราะอยากปลดล็อกสกอร์ของตัวเอง

อีกปัญหาคือ ทั้งสองคนแทบไม่มีโอกาสได้ลงตัวจริงพร้อมกันเท่าไหร่ เพราะมักมีใครคนใดคนหนึ่งเจ็บอยู่เสมอ

ฤดูกาลนี้ เลเอา กับ พูลิซิช ได้ออกสตาร์ทร่วมกันในเซเรีย อา แค่ 7 เกมเท่านั้น และ "ปีศาจแดงดำ" ยิงได้เพียง 2 ประตูจากช่วงเวลาดังกล่าว

แม้กระทั่งเกมที่ เลเอา ยิงได้ในนัดเจอ เครโมเนเซ่ ก็เกิดขึ้นหลังจากที่ พูลิซิช ถูกเปลี่ยนตัวออกไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...