โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทุนน้ำมันฯติดลบแล้ว 12,000 คาดก่อนสงกรานต์ทะลุ 70,000 ล้านบาท

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 09.30 น.

กองทุนน้ำมันฯติดลบแล้ว 12,000 ล้านบาท เพียงแค่ 7 วันติดลบเพิ่มขึ้น 11,819 ล้านบาท คาดก่อนสงกรานต์ทะลุ 70,000 ล้านบาท

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลและอิหร่าน นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันดิบกว่า 1 ใน 3 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กระทบไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย จนทำให้ประชาชนเกิดอาการตื่นตระหนก หวั่นวิตกต่อปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่จะไม่เพียงพอ แห่กันนำรถยนต์พร้อมแกลลอนไปเข้าคิวเติมน้ำมันที่ปั๊มแถวยาวเหยียด เติมกันจนน้ำมันหมดในหลายแห่ง การบริโภคน้ำมันที่เพิ่มมาก โดยเฉพาะดีเซลเพิ่มขึ้น จาก 66 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 87 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิติดลบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 ติดลบไปประมาณ 12,605 ล้านบาท เปรียบเทียบกับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 8 มีนาคม 2569 ติดลบแค่ 786 ล้านบาท เพียงแค่ 7 วัน ฐานะกองทุนฯติดลบเพิ่มขึ้นถึง 11,819 ล้านบาท

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันสุทธิติดลบเกิดจากบัญชีน้ำมันมีฐานะสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีสถานะเป็นบวก 36,949 ล้านบาท ลดลงเหลือ 25,016 ล้านบาท หรือหายไปกว่า 11,933 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมในฝั่งของบัญชีน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 24,636 ล้านบาท เพิ่มเป็น 36,333 ล้านบาท โดยเฉพาะหนี้ที่กองทุนน้ำมันฯจะต้องนำเงินไปชดเชยให้กับน้ำมันเชื้อเพลิงต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น จาก 3,810 ล้านบาท เพิ่มเป็น 15,831 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าในช่วง 7 วันที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันฯต้องแบกรับภาระการชดเชยราคาน้ำมันในตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 12,000 ล้านบาท

ส่วนบัญชี LPG ยังอยู่ในสถานะวิกฤติ เนื่องจากมีการตรึงราคาไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ทำให้บัญชี LPG มีสุทธิติดลบอย่างหนักอยู่ที่ 37,621 ล้านบาท จึงต้องโอนเงินจากบัญชีน้ำมันมาเสริมสภาพคล่องให้กับบัญชี LPG สูงถึง 32,193 ล้านบาท ทำให้บัญชี LPG มีหนี้สินรวม 38,553 ล้านบาท แต่มีสินทรัพย์แค่ 932 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากการประเมินสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หากสถานการณ์สงครามยังคงยืดเยื้อ คาดว่าก่อนวันหยุดสงกรานต์ กองทุนน้ำมันฯจะมีฐานะติดลบประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งในระหว่างนี้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินใดๆได้ และไม่มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะจ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันให้กับผู้ประกอบการได้ คงต้องติดค้างจ่ายเงินชดเชยเอาไว้ก่อน ซึ่งต้องรอจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ผ่านร่างพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกองทุน และกรอบวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ พ.ศ…. และพระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. เพื่อขยายกรอบวงเงินกองทุน และวงเงินกู้ รวมทั้งเปิดทางให้กระทรวงการคลังเข้ามาค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันฯได้ (ยกเว้นมาตรา 19 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 เป็นการชั่วคราว)

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ามีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ แหล่งข่าว ‘ให้ความเห็นว่าทางกรมธุรกิจพลังงานจำเป็นต้องมีข้อมูลที่สามารถมาตรวจสอบปริมาณน้ำมันสำรองได้อย่างถูกต้อง เช่น น้ำมันดิบนำเข้ามาเท่าไหร่ กระจายไปตามโรงกลั่นที่ไหนบ้าง ผลิตออกมาเป็นน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน จำนวนเท่าไหร่ ส่งขายไปให้จ๊อบเปอร์ /ผู้ค้ามาตรา 7 จำนวนเท่าไหร่ แล้วคงเหลือปริมาณสำรองน้ำมันตามกฎหมายเท่าไหร่ และเหลือปริมาณสำรองไว้ใช้ได้กี่วัน ทั้งนี้เพื่อเตรียมมาตรการรองรับ เพราะที่บอกว่ามีน้ำมันสำรองได้ 90 กว่าวัน ขณะที่ความต้องการพุ่งขึ้นไปถึงกว่า 80 ล้านลิตรต่อวัน ยังคงมีน้ำมันสำรองตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ จะได้สร้างความมั่นใจต่อประชาชน’

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...