วิกฤตฮอร์มุซป่วนประชุมสุดยอด ‘จีน-สหรัฐฯ’ ทรัมป์ขอปักกิ่งช่วยคุ้มกันเส้นทางพลังงาน ชี้ต้องรับผิดชอบร่วมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเผยกับ Financial Times ว่า ตนอาจเลื่อนการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน หากจีนไม่ช่วยรับประกันความปลอดภัยในการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำประเทศที่ได้รับประโยชน์ควร ‘ช่วยกันดูแล’
วันนี้ (16 มีนาคม) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่า สหรัฐฯ อาจเลื่อนการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน เนื่องจากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก หลังเตหะรานตอบโต้เพื่อหวังสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
ทรัมป์กล่าวว่า ประเทศไหนที่ได้รับประโยชน์จากการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ควรช่วยกันดูแลความปลอดภัย โดยกล่าวว่า จีนก็ควรมีส่วนร่วมช่วยเหลือเช่นกัน เพราะนำเข้าน้ำมัน เป็นจำนวนมากจากเส้นทางดังกล่าว จึงต้องรับผิดชอบและรักษาความปลอดภัย มากกว่าให้สหรัฐฯ แบกรับอยู่ฝ่ายเดียว
“เราอาจเลื่อนการประชุมออกไป” ทรัมป์กล่าวกับ Financial Times โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะที่ทรัมป์ยังส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มประเทศพันธมิตร NATO ว่า หากไม่ช่วยเหลือสหรัฐฯ ครั้งนี้ อนาคตของยุโรปจะถึงคราว ‘แย่’ พร้อมกล่าวว่า ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ช่วยเหลือยูเครนในสงครามตลอด ตอนนี้ถึงคราวที่พันธมิตรตะวันตกจะช่วยเหลือสหรัฐฯ บ้าง
คำกล่าวครั้งนี้ของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจระดับสูงสหรัฐฯ และจีน กำลังหารือกันที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถูกมองว่า เป็นการเจรจาปูทางสู่การเยือนจีนของทรัมป์ในสิ้นเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังโพสต์บนโซเชียลมีเดียเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ จีน, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่งเรือมาคุมกันการโจมตีของอิหร่าน
ทั้งนี้ BloomBerg วิเคราะห์ว่า เบื้องหลังการกดดันของสหรัฐฯ ต่อชาติพันธมิตร คือ ความต้องการควบคุมราคาน้ำมันดิบไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศโดยตรง โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งมิดเทอม 2026 ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรครีพับลิกัน
อนึ่ง Global Times สื่อจีนรายงานโดยอ้างคำพูดของนักวิเคราะห์จีนว่า สหรัฐฯ กำลัง บิดเบือนตรรกะของปัญหา ด้วยการพยายามดึงประเทศอื่นๆ เข้าสู่ความขัดแย้ง ทั้งที่ต้นเหตุของการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซมาจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล
แฟ้มภาพ: Evelyn Hockstein / Reuters
อ้างอิง: