โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” ขู่เลื่อนซัมมิตสี จิ้นผิง กดดันจีนช่วยเปิดเส้นทางน้ำมันฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 03.11 น.

"ทรัมป์" ส่งสัญญาณเพิ่มแรงกดดันต่อจีน ขู่เลื่อนการเยือนจีน หากไม่ร่วมผลักดันให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 08.51 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนจีนที่วางแผนไว้ในช่วงปลายเดือนนี้อาจถูกเลื่อนออกไป หากจีนไม่ช่วยผลักดันให้เกิดการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนถึงความตึงเครียดใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจที่ยังเปราะบางอยู่

ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Financial Times เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดหวังให้จีนมีบทบาทช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่เขาจะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน

ทรัมป์ระบุว่า ช่วงเวลาอีกประมาณสองสัปดาห์ก่อนถึงกำหนดประชุมถือว่ายังนานพอ และวอชิงตันต้องการความชัดเจนก่อนหน้านั้น พร้อมกล่าวว่า “เราอาจเลื่อนการเดินทาง” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดเวลาใหม่

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้พบหารือกับ เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีนที่กรุงปารีส เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดดังกล่าว อย่างไรก็ตามจีนยังไม่ได้ยืนยันกำหนดการอย่างเป็นทางการ โดยปกติแล้วปักกิ่งมักประกาศกำหนดการเดินทางระดับผู้นำใกล้ช่วงเวลาจริง

หากเกิดขึ้นจริง การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐ ครั้งแรกนับตั้งแต่ทรัมป์เดินทางไปเยือนในช่วงวาระแรกของเขาเมื่อปี 2560 และยังเกิดขึ้นเพียง 5 เดือนหลังจากที่ผู้นำทั้งสองพบกันที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงพักรบทางการค้าเป็นเวลา 1 ปี หลังจากสงครามการค้าระหว่างกันทำให้การขึ้นภาษีตอบโต้พุ่งสูงจนแตะระดับสามหลักในปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนระบุว่า วาระการหารือระหว่างสองฝ่ายได้ถูกกำหนดไว้แล้ว

ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบิน Air Force One เมื่อวันอาทิตย์ว่า จีนต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึงประมาณ 90% ของปริมาณน้ำมันทั้งหมด โดยมองว่าการที่จีนช่วยผลักดันให้เปิดเส้นทางดังกล่าวเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของจีนเอง พร้อมเรียกร้องให้หลายประเทศในยุโรปและเอเชีย รวมถึงจีน ร่วมกันเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญที่มีน้ำมันประมาณ หนึ่งในห้าของอุปทานโลก ไหลผ่านในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนชี้ว่า จีนอาจได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซน้อยกว่าที่ทรัมป์กล่าว

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา จีนได้พยายามกระจายแหล่งพลังงานและเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนด้านอุปทาน

ข้อมูลจากRush Doshi ผู้อำนวยการ China Strategy Initiative แห่ง Council on Foreign Relations ระบุว่า การนำเข้าน้ำมันทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็น น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมดของจีน ขณะที่สถาบันการเงิน Nomura ประเมินว่า น้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็นเพียง 6.6% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของจีน

ภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัทวิจัยด้านการเดินเรือยังพบว่า อิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันดิบไปยังจีนในปริมาณมาก แม้จะเกิดความขัดแย้งขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศดูเหมือนจะเพิ่มแรงกดดันต่อกันก่อนการประชุมสุดยอด โดยสหรัฐฯ ได้เปิดการสอบสวนทางการค้าต่อหลายประเทศในประเด็น กำลังการผลิตส่วนเกินและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับแรงงานบังคับ

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลทรัมป์ได้“ใช้อำนาจการสอบสวนตามมาตรา 301 อย่างไม่เหมาะสมอีกครั้ง เพื่อให้กฎหมายภายในของสหรัฐอยู่เหนือกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ” พร้อมระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวมีลักษณะ ฝ่ายเดียว ไร้เหตุผล และเลือกปฏิบัติ

ปักกิ่งระบุว่าได้ยื่นหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตัน“แก้ไขแนวปฏิบัติที่ผิดพลาดทันที และหันหน้ามาพบกันครึ่งทาง” ผ่านการเจรจาและการหาทางออกด้วยการเจรจา

กระทรวงพาณิชย์จีนยังระบุด้วยว่าจะติดตามความคืบหน้าของการสอบสวนอย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อ ปกป้องผลประโยชน์ของจีน

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...