โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไล่บี้ ‘รมว.พลังงาน’ เชือดกักตุนน้ำมัน ขู่เอื้อผู้ค้าฟ้องศาลแน่

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

16 มี.ค. 2569 - ที่กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เป็นตัวแทนประชาชนที่เดือดร้อนจากกรณีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ไม่มีน้ำมันให้บริการหรือจำกัดการขายน้ำมันให้ ซึ่งย้อนแย้งต่อคำพูดของ รมว.พลังงานและนายกรัฐมนตรีว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน แสดงว่ามีการกักตุนน้ำมันกันเพื่อรอปรับราคาหลังพ้นกำหนด 15 วันที่รัฐบาลควบคุมราคาใช่หรือไม่ และขอให้ควบคุมค่าการกลั่นให้ลดจาก 6.06 บาทมาไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้สืบเนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศควบคุมราคาน้ำมันหลังเกิดสงครามอเมริกา-อิสราเอล-อิหร่าน เมื่อ 28 ก.พ.69 โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลต้องไม่เกิน 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งขณะนี้ใกล้ครบเวลาดังกล่าวแล้ว โดยผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ออกมาพูดว่าหลังจากนี้อาจจะปรับราคาขึ้นเป็นขั้นบันไดนั้น ทำให้ 3 วันที่ผ่านมาสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ทั่วประเทศไม่มีน้ำมันจำหน่ายให้กับประชาชน หรือถ้ามีก็มีการจำกัดการเติม อาทิ ไม่เกิน 500 บาท 700 บาท หรือ 1,000 บาทเท่านั้น ทำให้เดือดร้อนกันทั่วหน้า สถานีบริการบางแห่งประชาชนต้องนำรถมาต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตรก็มี สะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติ แต่กระทรวงพลังงาน และ ศบก. ยังคงชี้แจงเสมือนแผ่นเสียงตกร่อง หรือโฆษณาชวนเชื่อตลอดว่าน้ำมันมีเพียงพอไม่ขาดแคลน แต่ปั๊มขึ้นป้ายว่า “น้ำมันหมด” จะให้ทำอย่างไร

กรณีดังกล่าว ถือเป็นความบกพร่องของรัฐบาล โดยเฉพาะกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่อาจหลงเชื่อแต่คำพูดของ รมว.พลังงานและนายกรัฐมนตรีว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนมีสำรองมากกว่า 100 วัน แต่การตรวจสอบคลังน้ำมัน 53 คลัง 589 ถังของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 แห่ง พรบ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 นั้นมีการปล่อยน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันที่เป็นลูกข่ายตามจำนวนที่ร้องขอมาหรือไม่ หรือมีการใช้เล่ห์ฉลกักรถขนน้ำมันไว้ไม่ยอมให้ปล่อยออกไป หรือปล่อยออกไปจำนวนน้อย ๆ โดยอ้างเหตุสารพัด เพื่อรอระยะเวลาการปรับราคาน้ำมันขึ้นหลังวันที่ 17 มีนาคม 2569 นี้หรือไม่ ซึ่งถ้าตรวจสอบกันอย่างจริงจังไม่ลูบหน้าปะจมูกจะพบความจริงแน่นอน และต้องใช้มาตรการลงโทษทั้งทางอาญาและแพ่งที่เด็ดขาด

นากจากนั้น ยังพบ "ค่าการกลั่น" (Refinery Margin) ของโรงกลั่นน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยขยับขึ้นไปเกือบ 3 เท่า หรือมากกว่า 6.06 บาทต่อลิตร เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลางมีเพียงแค่ 2.14 บาทต่อลิตรเท่านั้น นั่นหมายความว่า เรากำลังใช้เงินของประชาชนไปจ่ายกำไรเพิ่มขึ้นให้กับเหล่าบริษัทกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งที่อยู่ในกลุ่มก้อนเดียวกันแทบทั้งสิ้นด้วย ส่วนกรณีที่กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง “ค่าการกลั่น” เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 นั้นเป็นเพียงคำแก้ตัวเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มฯ โรงกลั่นฯด้วยกันเท่านั้น หาได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือประชาชนแต่อย่างใด

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความเดือดร้อนของประชาชนมาร้องเรียนให้ รมว.พลังงานใช้อำนาจตามกฎหมายในการปรับโครงสร้างน้ำมันทั้งระบบ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว หรือหากการแก้ไขปัญหาเป็นไปในทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ค้าน้ำมันและหรือโรงกลั่น องค์กรฯจะร่วมกับประชาชนที่เดือดร้อนนำความไปฟ้องศาลปกครองต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...