โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCB EIC ชี้อสังหาฯ - ก่อสร้างไทย เจอศึกต้นทุนพุ่ง-ดีมานด์ชะลอ จากสงครามดันราคาพลังงานสูง

efinanceThai

เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 07.24 น.

SCB EIC ชี้อสังหาฯ - ก่อสร้างไทย เจอศึกต้นทุนพุ่ง-ดีมานด์ชะลอ จากสงครามดันราคาพลังงานสูง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 มี.ค. 69 14:23 น.

ศูนย์วิจัย SCB EIC ประเมินสงครามตะวันออกกลาง กดดันภาคก่อสร้างและอสังหาฯ ไทย ผ่านต้นทุนพลังงาน-วัสดุที่พุ่งขึ้น ขณะที่กำลังซื้อยังฟื้นช้า เสี่ยงทำให้การเปิดโครงการใหม่หดตัว แนะเร่งปรับกลยุทธ์-บริหารต้นทุนรับมือความผันผวน

นางกัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ นักวิเคราะห์อาวุโส, นายเชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ นักวิเคราะห์อาวุโส และ นางสาววรรณโกมล สุภาชาติ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC เผยแพร่บทวิเคราะห์ เปิดเผยถึง ภาคก่อสร้างและอสังหานริมทรัพย์ จะรับมืออย่างไร ในยุคราคาพลังงานสูงขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

- สงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลให้ต้นทุนอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีโครงสร้างต้นทุนการผลิตที่ใช้พลังงานสูง เช่น เหล็ก, ปูนซีเมนต์ และกระเบื้อง (สัดส่วนต้นทุนพลังงานอยู่ที่ 35-50% ของต้นทุนรวม)

- นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบด้านราคาวัตถุดิบนำเข้าที่ผันผวนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก รวมถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยใน 1-2 เดือนนี้ ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวยังไม่สูงนัก ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นไปตามค่าขนส่ง เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีสต็อกสินค้าในช่วงก่อนการเกิดสงคราม รวมถึงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มีการล็อกราคาวัสดุก่อสร้างจากคำสั่งซื้อล่วงหน้า

- ทั้งนี้ ณ 11 มี.ค. 2026 ราคา Billet ในจีนปรับตัวสูงขึ้น 6% จากในเดือน ก.พ. 2026 โดยหากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ จะเป็นความเสี่ยงให้ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกจากปัจจุบัน รวมถึงการใช้งานลดลง จากการชะลอโครงการก่อสร้าง

ภาคก่อสร้างมีแนวโน้มเผชิญการชะลอโครงการก่อสร้าง และต้นทุนสูงขึ้น

- ความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยจะเป็นปัจจัยที่มีผลให้นักลงทุนชะลอการก่อสร้างโรงงาน รวมถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาจชะลอการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ออกไปอีก จากการเปิดโครงการใหม่ในปี 2026 อยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว

- อีกทั้ง ยังได้รับผลกระทบด้านต้นทุนจากการปรับขึ้นราคาวัสดุก่อสร้าง ในส่วนของผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานโครงการภาครัฐ แม้จะได้รับชดเชยต้นทุนก่อสร้างจากกลไกค่า K แต่การเบิกจ่ายที่ล่าช้า และสูตรการคำนวณที่ไม่สะท้อนต้นทุนก่อสร้างที่แท้จริง เป็นความเสี่ยงให้เผชิญความท้าทายด้านการขาดสภาพคล่อง และการบริหารต้นทุน

กำลังซื้ออสังหาฯ ในประเทศฟื้นตัวช้า กำลังซื้อต่างชาติชะลอลง ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่สูงขึ้น

- ปัญหาภาระค่าใช้จ่ายซ้ำเติมให้กำลังซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศฟื้นตัวช้าออกไป โดยราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ทำให้ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะผู้มีรายได้ปานกลาง-ล่างประสบปัญหาภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น

- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกชะลอการซื้อคอนโดของชาวต่างชาติ แม้จะได้รับอานิสงส์จากผู้มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการย้ายประเทศหนีสงคราม แต่สัดส่วนกำลังซื้อกลุ่มดังกล่าวยังต่ำมาก (มูลค่าโอนคอนโดของชาวตะวันออกกลางที่อยู่ในพื้นที่สงครามและพื้นที่ใกล้เคียงคิดเป็นสัดส่วน 1% ของมูลค่าโอนคอนโดของชาวต่างชาติโดยรวม)

- ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่สูงขึ้นจากต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ขณะที่กำลังซื้อยังไม่สามารถฟื้นตัว และการแข่งขันในตลาดยังเข้มข้น กดดันให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นราคาที่อยู่อาศัยได้มากนัก อีกทั้ง มีความเสี่ยงชะลอการเปิดโครงการใหม่ออกไป โดย SCB EIC คาดว่าในปี 2026 ผู้ประกอบการจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 39,000 หน่วย (-5%YOY) และในกรณีที่สงครามยืดเยื้อ คาดว่าจะหดตัว -10%YOY

แนะผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน

- ผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้าง ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน และระบายสต็อกสินค้า จัดหาวัตถุดิบจาก Supplier อย่างหลากหลาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึงอาจนำเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และคาดการณ์สถานการณ์ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

- ผู้รับเหมาก่อสร้าง ต้องบริหารจัดการคำสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า อย่างสอดคล้องกับความต้องการใช้เป็นพันธมิตรกับผู้ค้า และผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างอย่างหลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง รวมถึงเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน ซึ่งจะส่งผลให้สามารถรักษาสภาพคล่องในธุรกิจได้

- ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ควรร่วมมือกับผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการต้นทุน เช่น กำหนดปริมาณการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างอย่างเหมาะสม ลดของเสียและความผิดพลาดจากการก่อสร้าง รวมถึงเร่งสร้างรายได้ โดยทำการตลาดขยายตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติผู้มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการย้ายประเทศหนีสงคราม รวมถึงปรับโมเดลธุรกิจบรรเทาข้อจำกัดของกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะผู้มีรายได้ปานกลาง-ล่าง เช่น การเช่า การเช่าซื้อ

ภาครัฐบทบาทสำคัญในการออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ

- ตัวอย่างการลดผลกระทบสำหรับภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตวัสดุก่อสร้าง ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งพลังงานได้อย่างทั่วถึง

- สำหรับงานโครงการภาครัฐอาจขยายอายุสัญญาชั่วคราวโดยงดเว้นค่าปรับ รวมถึงเร่งรัดการเบิกจ่ายค่า K

- นอกจากนี้ อาจผ่อนคลายกฎระเบียบให้เอื้อต่อการซื้อที่อยู่อาศัยหรือพำนักระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยดึงดูดกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในไทยจากชาวต่างชาติได้

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...