‘นายกฯ’ บอกสบายใจขึ้น หลังคุมสถานการณ์น้ำมันได้ ยัน ‘คนละครึ่งพลัส’ มาแน่!
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 07.56 น. • The Bangkok Insight"นายกฯ" บอกสบายใจขึ้น หลังคุมสถานการณ์น้ำมันได้ ยัน "คนละครึ่งพลัส" มาแน่ เป็นพรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชนแล้ว จ่อเพิ่มเงินเป็นเวอร์ชั่นพลัสพลัส
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังกล่าวเปิดงาน Meet the Press ภายใต้หัวข้อ "1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" เมื่อถามว่าสบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว นายอนุทิน กล่าวว่า มันสบายใจขึ้น เพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว
เมื่อถามว่าคิดว่าประชาชนจะเข้าใจมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ใช้ตัวเลขในการอธิบาย ตอนนี้มีการสร้างหน้าจอแสดงผลสรุปข้อมูลตัวเลขทุกวัน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าน้ำมันในแต่ละวันออกจากโรงกลั่นไปที่คลังเท่าไร และออกจากที่คลังไปที่จ็อบเบอร์เท่าไร และส่งไปที่ปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งทั่วประเทศเท่าไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีการกักตุนแน่นอน
เมื่อถามว่าที่นายกฯ บอกว่ารัฐบาลสามารถเข้าไปดูเรื่องน้ำมันสำรองได้ในช่วงสถานการณ์วิกฤต รัฐบาลสามารถขอความร่วมมือเอกชนได้หรือไม่ ไม่ให้ราคาน้ำมันขึ้นตามกลไก นายอนุทิน กล่าวว่า น้ำมันสำรองที่เขาเก็บไว้ในกรณีที่ไม่มีน้ำมันดิบเข้ามา แต่ไม่ใช่หมายความว่าอยู่ดี ๆ เราจะเอามาใช้ได้ในทุกสถานการณ์ มันไม่ใช่
เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงเรื่องราคา นายกฯ กล่าวว่า ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ถ้าราคาต่ำมากก็จะเป็นการเอื้อให้มีการนำน้ำมันออกไปต่างประเทศ และมีช่องโกงเกิดขึ้น หรือสมัยก่อนที่ประเทศมาเลเซียน้ำมันถูกกว่าประเทศไทย คนไทยเติมน้ำมันเพียงพอที่จะไปส่งสินค้าที่มาเลเซีย และเติมให้เต็มถังจากมาเลเซียกลับมาไทย แต่ตอนนี้มันกลับหัวกลับหางกัน
เมื่อถามว่าจากนี้ประชาชนจะต้องตกใจซ้ำรอยการขึ้นราคาครั้งละ 6 บาทอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงอย่างไรเราต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ซึ่งสิ่งที่เราได้ทำไป เราไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดการไปขึ้นราคาช่วยผู้ประกอบการมีกำไรมากขึ้น แต่เราต้องใช้สินค้าพลังงานตามราคาตลาดโลก ซึ่งการที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันไว้อยู่ เราต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยสนับสนุน
เมื่อถามถึงสถานการณ์การต่อคิวเติมน้ำมันช่วงสงกรานต์จะไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทิน พยักหน้าก่อนตอบว่า "ครับ"
เมื่อถามว่าระหว่างการแถลงพูดถึงโครงการ "คนละครึ่งพลัส" หากสถานการณ์ดีขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้ว ไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชน และเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่จะมาถึงนี้
เมื่อถามว่ากรอบระยะเวลาดำเนินการของโครงการหลังแถลงนโยบายแล้วจะเริ่มเมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราประเมินจากโครงการช่วงสิ้นปี 2568 ที่ประชาชนได้ใช้ทุกคนพึงพอใจและเรียกร้องให้มีโครงการนี้เพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นการใช้จ่าย ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์ รัฐก็ได้ภาษีกลับคืนมาเป็นวินวินกับทุกภาคส่วน
เมื่อถามย้ำว่า จะเริ่มโครงการได้เมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า พอรัฐบาลเข้ามาก็จะเร่งดำเนินการผลักดันโครงการนี้ให้ออกมาโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นโครงการเรือธงที่พวกตนให้สัญญากับประชาชน จะไม่มีความผกผัน ผันผวน หรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมัน หรือสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นคนละเรื่องกัน เพราะตรงนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคง
เมื่อถามว่าที่ได้หาเสียงไว้ว่าจะเติมเงินเป็น 2,000 บาทจะเป็นตามนั้นใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็พลัส จากที่ผมได้รับรายงานจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็พลัสเพิ่มอยู่แล้ว เป็นพลัสพลัส เป็นเวอร์ชั่นต่าง ๆ ที่อัพสกิลออกมาชัดเจนมากขึ้นครอบคลุมมากขึ้น
สำหรับเงื่อนไขจะครอบคลุมไปถึงผู้เสียภาษีด้วยใช่หรือไม่เพราะขณะนี้มีเสียงสะท้อนว่า 7 มาตรการที่ออกมายังไม่ครอบคลุมนั้น เรื่องนี้ขอให้นายเอกนิติสรุปให้ชัดเจนอีกครั้ง โครงการนี้อย่างไรก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เรายังต้องรอให้กระทรวงการคลังเสนอขึ้นมา แต่ย้ำว่าเกิดขึ้นแน่นอนส่วนจะพลัสเท่าไหร่อะไรไปบ้างแต่พลัสมากกว่าเดิมแน่นอน เพราะประชาชนให้ความมั่นใจกับโครงการนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘อนุทิน’ คาดจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
- ‘นายกรัฐมนตรี’ ขออภัยราคาน้ำมันผันผวน มั่นใจ ‘สงกรานต์’ น้ำมันไม่ขาดแคลน
- เช็ก 35 รายชื่อ ‘ครม.อนุทิน 2’ เตรียมทูลเกล้าฯ 30 มี.ค. หลังผ่านตรวจคุณสมบัติแล้ว
ติดตามเราได้ที่