นักโบราณคดีเชื่อ พบร่างของ ‘ดาร์ตาญัง’ ทหารเสือชื่อดังแห่งฝรั่งเศสฝังอยู่ในโบสถ์เนเธอร์แลนด์
วานนี้ (26 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการค้นพบโครงกระดูกที่เชื่อว่าเป็นของ "ดาร์ตาญัง" (D’Artagnan) ทหารเสือผู้โด่งดังของฝรั่งเศส ณ โบสถ์แห่งหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอาจเป็นการไขปริศนาที่พักพิงสุดท้ายของทหารเสือเอกผู้นี้ที่มีอายุยาวนานกว่า 3 ศตวรรษ หลังจากเขาเสียชีวิต
วิม ไดก์มัน นักโบราณคดีอิสระประจำท้องที่เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีการขุดพบโครงกระดูกฝังอยู่ในสุสานหน้าแท่นบูชาที่โบสถ์เซนต์ปีเตอร์และพอล ในเมืองมาสทริกต์ ทางตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์ พร้อมกับลูกกระสุนปืนไฟโบราณและเหรียญบรอนซ์ขนาดเล็กที่ผลิตในปีค.ศ. 1660
หลักฐานทางกายภาพเหล่านี้ตรงกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ระบุว่า ดาร์ตาญัง หรือชื่อเต็มคือ ชาร์ล เดอ บัตซ์ เดอ กัสแตลมอร์ เสียชีวิตจากการถูกยิงเข้าที่ลำคอด้วยกระสุนปืนไฟ ระหว่างที่ฝรั่งเศสล้อมเมืองมาสทริกต์ในปีค.ศ. 1673
การสู้รบครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสงครามฝรั่งเศส-เนเธอร์แลนด์ (ค.ศ. 1672-1678) ซึ่งเป็นสงครามพิชิตดินแดนของฝรั่งเศสที่มุ่งหวังจะยึดครองเนเธอร์แลนด์ส่วนที่อยู่ในครอบครองของสเปน
ชื่อของดาร์ตาญังได้กลายเป็นตัวละครอมตะในนวนิยายเรื่อง "สามทหารเสือ" (The Three Musketeers) ของ อล็กซองดร์ ดูมาส์ นักเขียนชาวฝรั่งเศสที่เผยแพร่ในปีค.ศ. 1844 ซึ่งได้รับการดัดแปลงเป็นผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ในยุคต่อๆ มาหลายครั้ง
ไดก์มัน อดีตนักโบราณคดีประจำเมืองมาสทริกต์ เล่าว่าเขาพยายามร้องขอเจ้าหน้าที่โบสถ์เพื่อทำการขุดค้นในพื้นที่นี้มาตลอด ตั้งแต่ได้พบกับ โอดิล บอร์ดาซ นักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญเรื่องดาร์ตาญังเมื่อประมาณ 25 ปีที่แล้ว
บอร์ดาซ ตั้งทฤษฎีมานานแล้วว่า ร่างของทหารเสือผู้นี้น่าจะถูกฝังไว้ใกล้กับค่ายทหารฝรั่งเศสมากกว่าที่จะถูกส่งกลับไปยังฝรั่งเศส เพื่อให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สามารถเสด็จมาร่วมพิธีฝังศพด้วยพระองค์เอง
เมื่อ ไดก์มัน พบ บอร์ดาซ และบอกเธอว่าเขาอาศัยอยู่ในเมืองมาสทริกต์ เธอจึงขอร้องให้เขาช่วยตามหาร่างของทหารเสือคนนี้ ซึ่งในตอนนี้เขาเชื่อว่าเขาทำสำเร็จแล้ว
“ผมมั่นใจมากครับ” ไดก์มัน กล่าว อย่างไรก็ตาม เขายังคงรอผลการทดสอบเพื่อประเมินความเข้ากันของดีเอ็นเอระหว่างโครงกระดูกที่ขุดพบกับบุคคลสองคนที่อ้างว่าเป็นทายาทของดาร์ตาญัง รวมถึงการวิเคราะห์ไอโซโทปสตรอนเทียมที่จะช่วยระบุภูมิภาคต้นกำเนิดของเจ้าของร่างนี้
นอกจากนี้ ยอส ฟัลกะ สังฆานุกรของโบสถ์กล่าวว่า จดหมายรายงานการเสียชีวิตของดาร์ตาญังระบุว่าร่างของเขาถูกฝังในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
“นั่นล่ะครับ ไม่มีที่ไหนจะศักดิ์สิทธิ์ไปกว่าการอยู่ใต้แท่นบูชาอีกแล้ว” ฟัลกะ บอกผู้สื่อข่าว “เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน มันดูมีความเป็นไปได้สำหรับเรา แต่แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”
ที่มา : edition.cnn.com
เครดิตภาพ : REUTERS