โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วิธีลดราคาน้ำมัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 มีนาคม 2569 เวลา 5.07 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เรื่องน้่ำมัน มีคำถาม มีข้อสงสัยกันเยอะครับ

ไอ้ที่ด่ารัฐบาลก็ด่ากันไป

ที่ปั่นกระแสก็ปั่นกันสนุก

แต่เรื่องข้อเท็จจริง ไม่ค่อยจะพูดถึงกันเท่าไหร่

เบื้องต้นถ้าใครไม่รู้หรือไม่ยอมรับว่า โลกกำลังเกิดสงคราม ที่สำคัญมีการถล่มแหล่งผลิตพลังงาน ท่าเรือ ทำให้ ราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และก๊าซ แพงกว่าช่วงภาวะปกติ

จะให้กลับไปใช้น้ำมันลิตรไม่เกิน ๓๐ บาท มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ

ทุกประเทศทั่วโลกโดนเหมือนกันหมด

นี่คือสิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้ก่อน

ถ้าไม่ยอมรับจะเอาน้ำมันราคาถูกอย่างเดียวก็ป่วยการ คงต้องหยุดเวลาไว้แค่นั้น

เมื่อยอมรับแล้วก็ไปดูที่การบริหารจัดการของรัฐบาล ประเด็นนี้สำคัญครับ เพราะแต่ละประเทศบริหารไม่เหมือนกัน

เปรียบเทียบง่ายๆ ราคาน้ำมันในลาว ดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่กว่า ๖๔ บาทต่อลิตร ส่วนเบนซินอยู่ที่ประมาณ ๖๒-๖๓ บาทต่อลิตร

ในไทย เบนซิน ๙๕ ลิตรละ ๔๙.๖๔ บาท ดีเซลลิตรละ ๓๘.๙๑ บาท

จะเห็นความต่างชัดเจน

น้ำมันลาวนำเข้าจากไทย เป็นราคาหน้าโรงกลั่น บวกค่าขนส่ง บวกกำไรบริษัทน้ำมัน บวกภาษี ค่าธรรมเนียมของลาว ไม่เกี่ยวข้องภาษีน้ำมันของไทยใดๆ ทั้งนั้น

ราคาไปถึงขนาดนั้น

น้ำมันในไทย ราคาหน้าโรงกลั่น บวกค่าขนส่ง บวกกำไรบริษัทน้ำมัน บวกโครงสร้างภาษี แต่ราคาน้ำมันยังถูกกว่าลาว นั่นเพราะการบริหารจัดการของรัฐที่ไม่เหมือนกัน

ไทยมีกองทุนน้ำมันคอยอุ้มเอาไว้

ก่อนนี้เคยอุ้มลิตรละ ๒๖ บาท

มาวันนี้เหลือประมาณ ๑๖ บาทต่อลิตร

ถ้าไม่อุ้มก็ร่วมๆ ๕๕ บาท

ถ้าเป็นดีเซลพรีเมียมก็เกือบๆ ๒ ลิตรร้อยเข้าไปแล้ว

ฉะนั้นราคาน้ำมันในลาวจึงสะท้อนกลไกตลาดมากกว่าไทย

ทำอย่างไรให้น้ำมันถูกลงได้บ้าง

ถ้าเอาเร็วสุด ง่ายสุด คือลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ตามโครงสร้างน้ำมันก็อยู่ที่ประมาณ ๖-๗ บาทต่อลิตร ล่าสุด รัฐบาลจะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงลิตรละ ๑ บาท

ราคาน้ำมันจะลดไปลิตรละ ๑ บาท

ดูเหมือนน้อยแต่รัฐก็สูญเสียรายได้ไปเยอะพอควร ยิ่งลดเยอะก็ยิ่งกระทบเยอะ

มีได้มีเสียครับ

ยังมีวิธีอื่นๆ อีกหรือเปล่า

เช่นเลิกอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ ไทยจะได้กำหนดราคาได้เอง เอาให้ต่ำกว่าราคาสิงคโปร์ ให้ต่ำกว่าที่ไหนๆ ในโลก

มีนักการเมืองหลายคนเสนอ ก็ทำได้ครับ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ในอดีตไทยก็ไม่ได้อ้างอิงราคาสิงคโปร์ก็เห็นยังอยู่กันได้

แต่ชั่งน้ำหนักให้ดี

เบื้่องต้นเลยคงต้องเลิกอ้างอิงราคาน้ำมันดิบด้วย

หมายความว่าไทยต้องขุดน้ำมันเอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถึงจะทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทั่วโลกอิงราคากลางทั้งนั้น

ดูไบ

เวสต์เท็กซัส

เบรนต์ทะเลเหนือ

แต่ข้อเท็จจริงคือไทยขุดน้ำมันดิบได้เองไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ต้องใช้ และน้ำมันดิบจากอ่าวไทยมีของแถมคือ ปรอท สารหนู ในปริมาณสูง ต้องส่งออกไปกลั่้นที่อื่นเพราะโรงกลั่นในไทยไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกำจัดของแถมในปริมาณมหาศาลนี้

เมื่อต้นน้ำมันมีราคากลางแต่ปลายน้ำบอกว่าจะกำหนดราคาเอง ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้

เช่นหากเกิดกรณีกดราคาน้ำมันสำเร็จรูปได้ต่ำกว่าราคากลางที่สิงคโปร์ โรงกลั่นเห็นว่าส่งออกขายได้ราคาดีกว่าจะทำอย่างไร

เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันขึ้นมาจะทำอย่างไร

จะนำเข้า ก็กลายเป็นน้ำมันที่อ้างอิงตลาดสิงคโปร์อยู่ดี

จะบังคับให้โรงกลั่นขายเฉพาะในไทยใช่หรือไม่

ถ้าสิงคโปร์นำเข้าน้ำมันดิบที่ราคาต่ำกว่าไทย เราจะตั้งราคาน้ำมันสำเร็จรูปอย่างไร ทำให้ถูกกว่าสิงคโปร์ได้หรือไม่

ถ้าแพงกว่าแล้วจะเลิกอ้างอิงสิงคโปร์ทำไม

หรือจะยึดโรงกลั่นมาเป็นของรัฐให้หมด ทำแบบเวเนซุเอลา

ทำได้หรือ เพราะตลาดน้ำมัน เป็นตลาดเสรี

ไม่ใช่ตลาดน้ำมันพรายนะครับ

ที่เห็นคนมาเลเซียใช้น้ำมันถูกกว่าไทย ก็เพราะรัฐบาลเขาใช้งบประมาณอุดหนุนมาหลายสิบปีแล้ว

น้่ำมัน เป็นสินค้าราคาเดียวกันทั่วโลกครับ แต่ละประเทศมีราคาแตกต่างกันก็เพราะการบริหารจัดการภายในของแต่ละประเทศอย่างที่บอก ฉะนั้นการไปฝืนกำหนดราคาเองสิ่งที่จะตามมาคือ หนี้ของรัฐ จำนวนมหาศาล

การกดราคาให้ต่ำเรี่ยดินทำได้เฉพาะประเทศที่ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก เช่นในตะวันออกกลาง ประเทศอื่นๆอย่าฝันครับ

พวกนี้เขาไม่ได้แคร์ราคากลางครับ ปริมาณที่ใช้ในประเทศมีเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับการส่งออก ฉะนั้นเขาจะกดราคาในประเทศลงไปเท่าไหร่ก็ได้ แต่ส่งออกต้องอ้างอิงราคาตลาดโลก

อีกประเด็นที่มีการพูดถึงคือ "กำไรลาภลอย" หรือ "ภาษีลาภลอย" แล้วแต่จะเรียก มีการชี้เป้าว่าในภาวะราคาน้ำมันผันผวน โรงกลั่น บริษัทน้ำมันฟันกำไรเพียบ

ก็จริงครับแต่ไม่ทั้งหมด

น้ำมันดิบแต่ละล็อตมีการสั่งซื้อล่วงหน้า ๒-๓ เดือน ใช้เวลาขนส่งเฉลี่ยราวๆ ๒๐ วัน

ราคาตกลงกันตอนไหน

ก็แล้วแต่สัญญาครับ

อาจจะเป็นวันที่ขนถ่ายน้ำมันลงเรือที่ท่าเรือน้ำมันต้นทาง

หรือวันที่ขนถ่ายน้ำมันขึ้นจากเรือที่ท่าเรือน้ำมันปลายทางก็ได้

นั่นคือการรับรู้ราคาน้ำมันดิบล็อตนั้น

ลาภลอยเกิดช่วงไหน

ก็ช่วงก่อนน้ำมันล็อตใหม่ที่ราคาแพงกว่าจะเข้าโรงกลั่นนั่นแหละครับ

ขณะที่น้่ำมันสำเร็จรูปปรับราคาตามราคาตลาดโลกใน ๑-๒ วัน น้ำมันดิบล็อตเก่าที่เหลืออยู่ในคลัง จึงเป็นลาภลอย

กลับกันน้ำมันดิบล็อตใหม่มาราคาแพง แต่ราคาน้่ำมันสำเร็จรูปดันดิ่งลง นี่ก็ลาภปากครับ

ลาภปากของคนใช้น้ำมัน

ฉะนั้นเรื่องน้ำมันไม่ใช่สักแต่เลือกเอาบางประเด็นที่เป็นประโยชน์มาปั่นเพื่อทำคอนเทนต์หาแสง หาคะแนน มันต้องมองปัญหาทั้งระบบ

สงครามครั้งนี้ต่างจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนเยอะครับ เพราะมีการถล่มแหล่งผลิตพลังงาน คิดในแง่เลวร้ายสุด สงครามจบแล้ว แต่น้ำมันราคาแพงยังไม่จบ

อาจต้องรอจนกว่าแหล่งผลิตจะกลับเข้าสู่ภาวะก่อนสงครามโน้นแหละครับ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...