รมว.ต่างประเทศสหรัฐ เผยสงครามอิหร่านอาจจบในไม่กี่สัปดาห์ ขณะ สหรัฐ ส่งทหารเพิ่ม
สหรัฐ คาดว่าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านจะสิ้นสุดภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดิน แม้จะมีการส่งทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลาง ขณะที่การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านยังเกิดขึ้นทั่วภูมิภาค
วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 07.52 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐคาดว่าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านจะสิ้นสุดภายในไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่หลายเดือน และสหรัฐสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้โดยไม่ต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดิน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงรุนแรง โดยการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพอากาศในซาอุดีอาระเบียทำให้ทหารสหรัฐได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย และบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 10 นาย ขณะที่การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธยังคงเกิดขึ้นทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
รูบิโอกล่าวหลังการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ที่ฝรั่งเศส ว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐกำลังดำเนินไปตามแผนหรือเร็วกว่ากำหนด และคาดว่าจะสิ้นสุดภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมย้ำว่าสหรัฐสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยไม่ต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดิน แม้จะมีการส่งทหารบางส่วนเข้าสู่ภูมิภาคเพื่อให้ประธานาธิบดีมีทางเลือกในการปรับแผน หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
รูบิโอยังหารือกับประเทศ G7 เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจเรียกเก็บค่าผ่านทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซหลังสงคราม โดยเขาระบุว่าประเทศยุโรปและเอเชียที่ได้ประโยชน์จากการค้าผ่านเส้นทางนี้ควรมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยการเดินเรือ เนื่องจากสหรัฐพึ่งพาการค้าผ่านเส้นทางนี้น้อยกว่า
สหรัฐได้ส่งกำลังนาวิกโยธินหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง โดยชุดแรกจะเดินทางถึงปลายเดือนมีนาคม พร้อมเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกขนาดใหญ่ ขณะที่เพนตากอนยังเตรียมส่งทหารพลร่มระดับหัวกะทิเพิ่มเติม
การส่งกำลังทหารจำนวนมากทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามอาจลุกลามกลายเป็นสงครามภาคพื้นดินระยะยาว หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเสียชีวิต
การตอบโต้ของอิหร่านที่โจมตีเป้าหมายของสหรัฐและอิสราเอล รวมถึงเป้าหมายพลเรือนในประเทศอาหรับและการโจมตีเรือสินค้า ทำให้การค้าโลก โดยเฉพาะพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นและเกิดความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีต้องการยุติสงครามที่ไม่เป็นที่นิยม โดยย้ำว่ามีการเจรจาทางการทูต แม้อิหร่านจะยืนยันว่าไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น
ทรัมป์ยังขยายเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีก 10 วัน มิฉะนั้นจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน
ทูตพิเศษสหรัฐ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ระบุว่า สหรัฐหวังว่าจะมีการพบปะกับอิหร่านภายในหนึ่งสัปดาห์ และคาดว่าอิหร่านจะตอบข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐเร็ว ๆ นี้
โดยเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐ ได้แก่
- อิหร่านต้องไม่เสริมสมรรถนะยูเรเนียม
- ต้องยกเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ
- ต้องยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะประมาณ 10,000 กิโลกรัม
ทั้งนี้มีรายงานการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ โรงงานยูเรเนียม โรงไฟฟ้า และโรงงานเหล็กในอิหร่าน ขณะที่การโจมตีอาคารที่พักอาศัยในเมืองซันจานทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน
อิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอย่างหนัก และระบุว่าการโจมตีระหว่างที่สหรัฐกำลังเสนอเจรจาเป็นสิ่งที่ “ไม่อาจยอมรับได้”
สงครามได้ขยายไปทั่วตะวันออกกลาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และสร้างความปั่นป่วนต่ออุปทานพลังงานโลกมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ยพุ่งสูง และเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก
ในอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,900 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 20,000 คน ในอิสราเอล มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ทหารสหรัฐได้รับบาดเจ็บมากกว่า 300 นาย และเสียชีวิตแล้ว 13 นายตั้งแต่เริ่มสงคราม
กลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศพร้อมเข้าร่วมสงคราม หากมีประเทศอื่นเข้าร่วมกับสหรัฐและอิสราเอล หรือหากมีการใช้ทะเลแดงเป็นฐานโจมตีอิหร่าน
หน่วยข่าวกรองสหรัฐ ประเมินว่า สามารถทำลายคลังขีปนาวุธระยะไกลของอิหร่านได้เพียงประมาณหนึ่งในสามเท่านั้น แสดงว่าสงครามยังไม่สามารถทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านได้ทั้งหมด
ประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ระบุว่า หากจะมีข้อตกลงสันติภาพ ต้องไม่ใช่เพียงยุติสงคราม แต่ต้องจำกัดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านอย่างถาวร และต้องรับประกันว่าอุปทานพลังงานโลกจะไม่ถูกใช้เป็นอาวุธอีกในอนาคต
อ้างอิง : www.reuters.com