นายกฯ ลั่นทำเต็มที่ให้คนไทยได้ดูบอลโลก 2026
นายกฯ ลั่นทำเต็มที่ให้คนไทยได้ดูบอลโลก 2026 - เล็งใช้วิกฤตโลกเป็นโอกาสอาเซียน - ปลื้ม "มูดี้ส์" ให้มุมมองบวกไทยเป็นประเทศน่าลงทุน ชี้บีโอไออนุมัติลงทุน 9 แสนล้าน เห็นทิศทาง FDI ไหลเข้าไทยจากความเชื่อมั่น พร้อมสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ไฟฟ้าสีเขียว หนุนความต้องการไฟฟ้าดาต้าเซนเตอร์
วันที่ 6 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังพูดคุยกับ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า เป็นการมาเยี่ยมเยียน ซึ่งตนกับนพ.สรณ มีความคุ้นเคยกัน และมารายงานความคืบหน้าภารกิจของ กสทช. รวมถึงนโยบายต่างๆของ กสทช.
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีโอกาสหารือเรื่องของการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก2026 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้มีการพูดคุย กำลังหาวิธีการ พอดีตนไม่ได้เป็นแฟนบอล ไม่ได้ติดตามเรื่องกีฬาฟุตบอล เพิ่งมาทราบว่าจะมีการแข่งขันในเดือนมิ.ย.แล้ว เราก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการหาความร่วมมือ
เมื่อถามว่าจะเป็นลักษณะการขอความร่วมมือจากภาคเอกชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งรัฐบาลซื้อเองไม่ได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลสามารถอำนวยความสะดวก ประสานงาน เสาะแสวงหา สนับสนุนความร่วมมือ ซึ่งตอนนี้ก็เห็นใจทางภาคเอกชนในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่เขาจะต้องดูแลตัวเขาเอง แต่จะพยายามอย่างเต็มที่ เมื่อถามย้ำว่าจะทันหรือไม่ นายกฯ กล่าวยืนยันว่า จะต้องพยายามอย่างเต็มที่ให้ถึงที่สุด
“อนุทิน” เล็งใช้วิกฤตโลกเป็นโอกาสอาเซียน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเดินทางเยือน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7 – 9 พ.ค. ว่า วันนี้ก็มีการหารือทั้งวันเพื่อเตรียมการประชุม เมื่อถามว่าจะมีการหารือทวิภาคีหลายวงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมอาเซียนก็ประชุมทวิภาคีได้แทบทุกท่านเพราะเป็นระดับภูมิภาคมีความคุ้นเคยระดับผู้นำอยู่แล้ว เข้าไปก็เจอคนที่สนิทกันอยู่แล้วแม้ไม่ได้เจอกันในที่ประชุมก็ติดต่อสื่อสารกันตลอด การคุยทวิภาคีก็จะคุยแทบทุกประเทศที่จะเจอกันในวงประชุม เมื่อถามว่ามีเรื่องใดที่จะต้องประกาศจุดยืนในที่ประชุมครั้งนี้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เราต้องพูดถึงความเข้มแข็งของภูมิภาคนี้ การที่เราต้องปรับเปลี่ยนสถานะและสร้างรากฐานที่มั่นคงในภูมิภาคอาเซียนที่ตอนนี้เป็นภูมิภาคที่ปลอดภัยที่สุดถ้าเราร่วมมือกันก็จะสามารถสร้างช่องทางและโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคเติบโต อย่างน้อยวันนี้ประเทศไทยก็ยังอยู่ในระดับของความน่าเชื่อถืออยู่ เพราะเราก็มีความเข้มแข็งในตัวเอง เมื่อไปผนวกกับความเข้มแข็งของประเทศในภูมิภาค ต่างคนต่างเติมเต็มซึ่งกันและกันทำให้การเป็นศูนย์กลางการค้าขายคมนาคมขนส่งการลงทุนต่างๆสามารถเกิดขึ้นได้ เราจะใช้โอกาสที่มีวิกฤติต่างๆในภูมิภาคอื่นๆทั่วโลกมาสร้างโอกาสในภูมิภาคของเรา
“อนุทิน” ปลื้มมูดี้ส์ ให้มุมมองบวกไทยเป็นประเทศน่าลงทุน ชี้บีโอไออนุมัติลงทุน 9 แสนล้าน เห็นทิศทาง FDI ไหลเข้าไทยจากความเชื่อมั่น พร้อมสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ไฟฟ้าสีเขียว หนุนความต้องการไฟฟ้าดาต้าเซนเตอร์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (6 พ.ค.) ว่ากรณีที่บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ออกรายงานระบุว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีภูมิต้านทานหรือ "กันชน" (Buffer) ที่เข้มแข็งในการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจมากที่สุดในโลกว่าเรื่องนี้เป็นข่าวดีต่อเนื่องหลังจากที่มูดี้ส์ได้ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบ (Negative) เป็นมีเสถียรภาพ และน่าลงทุน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก โดยมูดี้ส์ไม่ได้มองแค่ในเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้นแต่มองทุกมิติทั้งในเรื่องของการอำนวยความสะดวก เรื่องความโปร่งใส เรื่องการทำงานที่รวดเร็ว และเรื่องโครงสร้างของประเทศ
เมื่อถามว่ามูดี้ส์ได้ระบุว่าประเทศไทยควรมีการสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มเติม นายอนุทินกล่าวว่าในวันนี้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการอนุมัติคำขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้เป็นการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งในเรื่องนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันที่นักลงทุนจากต่างประเทศมั่นใจประเทศไทย โดยมาจากการได้วางรากฐานเรื่องต่างๆ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาคมโลก เพราะถ้าเรื่องพวกนี้ถ้าเขาไม่มั่นใจเขาก็คงไม่มา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายช่วยกันไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลอย่างเดียว
“ต้องฝากขอบคุณประชาชนทุกคนในเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนที่เป็นคนไทยทุกคนต้องช่วยกันเชียร์ประเทศไทย ไม่ใช่ออกมานั่งตำหนิว่ากล่าวรัฐบาลอย่างมีอคติ เพราะสิ่งที่เขาตำหนิมา วันนี้ก็ถูกกลบไปด้วยความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพราะบริษัทที่เป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกจัดอันดับให้ประเทศไทยได้ดีแบบนี้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่มีใครไปวิ่งเต้นได้ ทุกอย่างต้องตรงไปตรงมาโปร่งใส คนที่ว่ากล่าวประเทศไทย ไม่อยากให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้า เห็นแบบนี้ก็จะเห็นว่าสิ่งที่คนเหล่านี้พูดมาไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะพูดในสิ่งไม่ดีและกระทบประเทศไทย” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่าประเด็นที่นักลงทุนยังกังวลในเรื่องไฟฟ้าสะอาดและเรื่องของสาธารณูปโภคพื้นฐานบางเรื่อง นายอนุทินกล่าวว่าในเรื่องรัฐบาลเห็นว่าการลงทุนที่เข้ามาเพิ่มขึ้น รัฐบาลพร้อมดำเนินการเป็นเฟสๆให้มีไฟฟ้าสีเขียวมากขึ้น ซึ่งเรามีอยู่ในแผนอยู่แล้ว โดยเมื่อเราให้การสนับสนุนการลงทุนดาต้าเซนเตอร์มากๆ แล้วมีความต้องการไฟฟ้ามากขึ้น แนวโน้มของประเทศต้องมีการลดการผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิล ไปสู่ไฟฟ้าสีเขียวที่เป็นไปสะอาดมากขึ้นซึ่งต้องอยู่ในแผนที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนผ่าน โดยแผนนี้อยู่ในกลยุทธ์ 5T ที่นายเอกนิติได้วางนโยบายไว้ได้แก่ Targeted Transition Transform Transparency และTogether ที่เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว