‘inKONBINI’ เพราะหัวใจหลักของการบริหารร้านสะดวกซื้อคือการรับฟัง
“ฉันยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเขียนอะไรลงในบันทึกเล่มนี้ แต่ไม่ว่ายังไงก็คงต้องเขียนอะไรสักอย่าง โอเค อืมม…
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 1993
บางคนอาจบอกว่าชีวิตพนักงานร้านสะดวกซื้อช่างไร้สีสันและน่าเบื่อ
ว่ากันตามจริงแล้ว ฉันก็เคยคิดแบบนั้น
ฉันเคยใช้เวลาช่วงหน้าร้อนอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ และไม่เคยเข้าใจได้เลยว่าทำไมคุณป้าของฉันยังเลือกที่จะทำงานอยู่ที่นี่
ตอนนั้น ฉันไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะได้กลับมาใช้ช่วงเวลาสั้นๆ อยู่ในที่แห่งนี้อีกครั้ง
แต่ก็นั่นแหละ ฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว”
มาโคโตะเขียนข้อความนั้นลงในบันทึกที่ป้าของเธอย้ำนักย้ำหนาว่าต้องเขียนเป็นประจำ วันนี้คือวันแรกที่เธอเว้นระยะจากการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย มาใช้เวลาช่วงฤดูร้อนเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อในเมืองเล็กๆ
ในบรรดาเกมโคซี่ (cozy) อบอุ่นหัวใจที่มีให้เล่นไม่หวาดไม่ไหว inKONBINI (2026) เป็นเกมแรกในปีนี้ที่ผมหยิบมาเล่นด้วยเหตุผลไม่กี่ข้อ ข้อแรกคือเกมนี้ใช้เวลาเล่นไม่ถึงสิบชั่วโมง เหมาะกับการเล่นในวันหยุดแค่วันสองวัน และข้อที่สอง แม้เกมจะโฆษณาตัวเองด้วยการเป็นเกมบริหารร้านสะดวกซื้อ แต่เกมก็มาด้วยคอนเซ็ปต์น่าสนใจห้อยท้ายว่า “หนึ่งร้านค้า หลากเรื่องราว” (“One Store. Many Stories”)
ดูแล้วคงไม่ใช้เกมขายของอยู่หลังเคาน์เตอร์เฉยๆ แล้วล่ะ
ใน inKONBINI เกมจากค่ายน้องใหม่ Nagai Industries เราจะได้รับบทเป็นมาโคโตะ หลานสาวของคุณป้าฮินะ เจ้าของร้านสะดวกซื้อ Honki Ponki ที่ดูจะเหลือแรงกายแรงใจในการดูแลร้านน้อยลงทุกที เกมบอกไว้แต่ต้นว่ามาโคโตะจะมาทำงานกะดึกในร้านค้าแห่งนี้เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ กิจวัตรแต่ละวันคือการจัดของบนชั้นวาง ทำความสะอาด สั่งของมาเพิ่มในสต็อกถ้าจำเป็น เตรียมร้านให้พร้อมสำหรับลูกค้า และอย่าลืมจดบันทึกลงสมุดพนักงาน
ความสนุกที่เกมส่งมอบให้ผู้เล่นได้ตามสัญญาคงจะเป็นเกมเพลย์ในแง่ของการทำงานในร้านสะดวกซื้อนี่แหละครับ เราจะพบว่าบางทีการได้ย้ายของจากสต็อกหลังร้าน แล้วค่อยๆ นำมาจัดวางบนชั้นได้กลายเป็นความเพลิดเพลินในรูปแบบหนึ่ง อีกทั้งการจัดของเองก็มีรายละเอียดอยู่ในตัวของมันเอง เช่น ขนมปังไม่ควรไปอยู่ในตู้แช่อาหารพร้อมทาน อย่าเอาอาหารแมวไปวางปนกับอาหารกระป๋อง หรือบางครั้งเราจะได้รับฟีคแบ็กจากลูกค้าให้ปรับการจัดวางสินค้าใหม่ อย่างในกรณีที่เราต้องขยับผงซักผ้ามาไว้ชั้นบน เพื่อที่ลูกค้าสูงวัยจะได้ไม่ต้องก้มหยิบให้ปวดหลัง เป็นต้น ไหนจะต้องมาคอยจัดคอยย้ายของที่พนักงานกะกลางวันวางไว้ผิดที่อีก
การจัดของคือหน้าที่หนึ่งของพนักงานร้านสะดวกซื้อ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เกมยังให้เราได้คิดเงินสินค้า (อันนี้แน่นนอนอยู่แล้ว) และรับมือกับเหตุการณ์อื่นที่เกิดขึ้นภายในร้าน บางวันเราอาจต้องโทรสั่งของกลางดึกตามคำขอของลูกค้า อีกวันอาจมีน้ำหยดจากฝ้าให้เราหมั่นมาเช็ดพื้นอยู่บ่อยๆ หรือวันนี้ตู้แช่เสียต้องตามช่างมาซ่อม ซึ่งหลายครั้งการโทรขอคำปรึกษาจากคุณป้าฮินะผู้มีประสบการณ์มักช่วยทำให้สถานการณ์ราบรื่น
ในแต่ละวันที่ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง การได้ยินเสียงกระทบกันดังกริ๊งๆ ระหว่างจัดวางขวดแก้วบนชั้น และการได้เห็นสินค้าวางเรียงเป็นระเบียบนี่แหละที่ทำให้เราผ่อนคลายได้อย่างน่าประหลาด
พ้นไปจากภารกิจประจำวันในร้านสะดวกซื้อ อีกหนึ่งหัวใจหลักของ inKONBINI คือบทสนทนาระหว่างมาโคโตะและลูกค้าที่แวะเวียนมาอุดหนุนในแต่ละวัน โดยในตอนแรกที่พูดคุย เกมจะไม่บอกว่าคู่สนทนาของเราคือใคร ชื่ออะไร มีกำกับไว้เพียงแค่ ‘customer’ หรือ ‘ลูกค้าท่านหนึ่ง’ เราจะได้รู้ชื่อของลูกค้าก็ต่อเมื่อพูดคุยกันไปถึงระดับหนึ่งและผ่านขั้นตอนการแนะนำตัวเท่านั้น
ด้วยความที่เกมไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ความหวือหวาแต่แรก เรื่องเล่าที่เราได้รับฟังจากลูกค้าจึงไม่ใช้ข่าวลือเผ็ดแซ่บ เรื่องชาวบ้านเผ็ดร้อน แต่คือเรื่องเล่าแสนธรรมดาที่อาจพิเศษขึ้นมาหากตั้งใจฟัง เราจะได้ฟังเรื่องสมัยคุณป้าฮินะเพิ่งเริ่มทำงาน ผ่านคุณลุงที่เชื่อเรื่องดวงเข้าเส้นและชอบกินบะหมี่สำเร็จรูป ไหนจะเด็กชายที่มาเล่าโมเดลธุรกิจที่เขากำลังตั้งไข่ เพราะอยากได้เงินไปหมุนไข่กาชาปอง หรือแม้แต่เรื่องความรักน่าเผือกจากสมุดบันทึกของรุ่นพี่พนักงานกะกลางวัน เป็นเรื่องเล่าที่แวะเวียนเข้ามานี้เองที่ช่วยเสริมให้ร้านสะดวกซื้อ Honki Ponki ที่ภายนอกอาจจะดูเรียบนิ่ง เอื่อยเฉื่อย กลับดูมีสีสันขึ้นมา
บนสนทนาในเกม inKONBINI ชวนให้เรานึกถึงร้านชำหรือร้านโชห่วยเล็กๆ ที่ตอนนี้คงมีเหลือแค่เพียงตามต่างจังหวัด ยากมากที่จะได้เห็นภาพผู้คนในหัวเมืองว่างคุยเรื่องสัพเพเหระกับพนักงานร้านสะดวกซื้อเชนใหญ่ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกอย่างดูเร่งรีบ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน inKONBINI จึงคือการเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนในเมืองเล็กๆ เข้าด้วยกัน ร้านสะดวกซื้อ Honki Ponki ไม่ใช่แค่ร้าน แต่เป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวของคนในชุมชนไหลเวียนอยู่ เกมยังสะท้อนอีกว่าร้านแห่งนี้คือธุรกิจสำคัญของชุมชน ทั้งการขายผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น และการเป็นศูนย์กระจายสินค้าย่อมๆ ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้กำลังย้ำเตือนว่าแม้แต่เมืองห่างไกลก็ยังมีการเคลื่อนไหว
ถึงอย่างนั้น หากอ่านจากหนังสือพิมพ์รายวันภายในเกม เราจะได้รับรู้ว่ามีธุรกิจหลายแห่งในเมืองต่างจังหวัดนี้ที่ต้องปิดตัวลง สิ่งของจากบางธุรกิจถูกจัดเก็บและนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์ ธุรกิจที่เหลืออยู่ต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้ลูกค้า เรื่องราวในเกมที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือนามบัตรปริศนาที่มีเบอร์โทร 444-112 หากโทรไปเบอร์นั้น ปลายสายจะเล่าเรื่องลึกลับและตำนานประจำเมืองให้ฟัง เรามาพบภายหลังว่านี่เป็นฝีมือของหนึ่งในพนักงานร้าน Honki Ponki ที่ต้องการใช้เรื่องเล่ามาเป็นตัวดึงดูดให้เมืองมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อที่ว่าธุรกิจที่พ่อของเขาทำอยู่จะได้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น
inKONBINI ได้มอบประสบการณ์แสนเรียบง่ายและอบอุ่น การได้ทำกิจวัตรของพนักงานร้านสะดวกซื้อในช่วงกลางคืนจนได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รับฟังการบอกเล่าของเรื่องราวของคุณลุงคุณป้า มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ทั้งหมดนี้อาจดูสวยหรูเกินจริงเมื่อเทียบกับชีวิตพนักงานร้านสะดวกซื้อเชนใหญ่ที่ต้องแบกรับภาระงานล้านแปด และเรื่องวุ่นวายในแต่ละมื้อแต่ละเดย์ แต่นี่แหละคือคุณสมบัติพิเศษของเกมและการเล่นเกม การได้สำรวจแง่มุมของบางสิ่งบางอย่างและมองเห็นความเป็นจริงที่แอบแฝงโดยยังคงไว้ซึ่งความสนุก
Editorial Staff: Paranee Srikham