‘เทพไท’ แนะแจก ‘คนละครึ่งพลัส’ 5,000 หนุน ‘อนุทิน’ เดินตลาดฟังเสียงประชาชน
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าที่ห้างโลตัส บางกะปิ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตนเห็นภาพข่าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่งตัวแบบสบายๆ ใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ เดินห้างโลตัส บางกะปิ เพื่อตรวจราคาสินค้าของโครงการไทยช่วยไทย ได้เจอกับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยสินค้าในห้างโลตัส จึงเห็นท่าทีของประชาชนที่มีความรู้สึกต่อการบริหารราชการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในสถานการณ์วิกฤติน้ำมัน ได้เข้ามาพูดคุยกับนายอนุทิน โดยถามถึงคำว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” หมายถึงใครรวย หมายถึงประชาชนหรือนายทุนรวยกันแน่
นายเทพไท ระบุอีกว่า ส่วนอีกคนก็เข้ามาขอร้องว่าน้ำมันแพง ช่วยหน่อย ปล่อยแบบนี้ตายแน่ ซึ่งมีอีกหลายความรู้สึกของประชาชนที่สะท้อนความรู้สึกมายังตัวนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ต้องแก้ปัญหาเรื่องสินค้าราคาแพง ตนอยากให้นายกฯ อนุทินใช้เวลาว่างในวันหยุดหรือวันไหนก็ได้ ลงพื้นที่เดินตลาด เดินห้าง เพื่อจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกและความยากลำบากของประชาชน เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งได้สะท้อนปัญหาทางสื่อโซเชียล ซึ่งเห็นกันอย่างมากมายว่าประชาชนคิดอย่างไรกับคำว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” และราคาน้ำมันแพง น้ำมันขาดตลาด ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างไร และจะได้รู้ถึงความรู้สึกของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ที่ไม่ได้เล่นสื่อโซเชียล หรือไม่ได้ระบายความรู้สึกผ่านสื่อโซเชียล จะได้ระบายความรู้สึกผ่านตัวนายอนุทินโดยตรง
“ผมสนับสนุนให้มีการลงพื้นที่สัมผัสกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนสิ่งที่นายอนุทินพยายามชี้แจงกับประชาชน ถึงโครงการช่วยเหลือประชาชน คือนโยบายคนละครึ่ง ซึ่งเป็นนโยบายยาวิเศษ หรือนโยบายเรือธงของรัฐบาลอนุทิน 1 จนมาถึงรัฐบาลอนุทิน 2 ที่ได้รับอานิสงส์จากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่โครงการคนละครึ่งพลัส การช่วยเหลือประชาชนเท่าเดิม คือคนละ 2,000 บาท อาจไม่เพียงพอกับสถานการณ์ปัจจุบันที่น้ำมันแพงและน้ำมันขาดแคลน ประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส จึงอยากให้รัฐบาลเพิ่มวงเงินงบประมาณโครงการคนละครึ่ง เป็น 5,000 บาท เพื่อช่วยเหลือทุกคนทุกกลุ่ม ไม่ต้องให้มีการลงทะเบียนในการใช้สิทธิ เพราะจะเป็นการช่วยเหลืออย่างไม่ทั่วถึง จึงฝากรัฐบาลให้คิดทบทวน เรื่องวงเงิน 2,000 บาท และการลงทะเบียนการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง เป็นวงเงินคนละ 5,000 บาท โดยไม่จำกัดสิทธิ” นายเทพไท ระบุ.