แกร็บ กางโรดแมพปี 69 ส่งยุทธศาสตร์ Barbell 2.0 บุกตลาดแมส-พรีเมียม
แกร็บ ประเทศไทย กางโรดแมปปี 2569 ชูยุทธศาสตร์ "Winning with Purpose Together" ด้วยยุทธศาสตร์ Barbell 2.0 บุกตลาดแมส-พรีเมียม มุ่งสร้างสมดุลอีโคซิสเต็ม รับมือความท้าทายเศรษฐกิจดิจิทัล
วันที่ 24 มีนาคม 2569 – แกร็บ ประเทศไทย ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีเป้าหมายและการรักษาเสถียรภาพของระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “Barbell Strategy 2.0” เพื่อขยายฐานผู้ใช้บริการครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ทั้งการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ และผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม แกร็บยังคงครองความเป็นผู้นำตลาด (Market Leadership) ในกลุ่มบริการ Ride-hailing และ Food Delivery โดยอาศัยการปรับโมเดลธุรกิจให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
โดยในปีที่ผ่านมา แกร็บประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายบริการในกลุ่ม Value Segment ผ่านบริการ SAVER ที่เน้นความคุ้มค่าด้านราคา โดยมีอัตราการเติบโตของเที่ยวบินสูงถึง 250% ขณะเดียวกันยังสามารถขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม High-end และลูกค้าองค์กรผ่านบริการ GrabExecutive ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้ต้องการบริการระดับพรีเมียมและการจองล่วงหน้า
สำหรับภาคธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี แกร็บได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 6.9 พันล้านบาท ผ่านแคมเปญต่างๆ พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้แฟลกชิปแบรนด์อย่าง GrabThumbsUp ที่มีเครือข่ายร้านอาหารคุณภาพกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการขานรับนโยบายรัฐบาลผ่านโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายให้พาร์ทเนอร์ร้านค้าได้ถึง 3 เท่า
นางสาวจันต์สุดากล่าวต่อว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569 แกร็บได้วางแผนการดำเนินงานผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้
- Winning Business Growth: พัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น ฟีเจอร์ Group Ride, Discover, และ Basket Builder พร้อมขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา (GrabForStudent) และกลุ่มคอบอลผ่านความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
- Winning Sustainable Impact: สานต่อพันธกิจ GrabForGood มุ่งเน้นการเพิ่มทักษะดิจิทัลและ AI ให้แก่พาร์ทเนอร์ พร้อมผลักดันโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง Grab EV เพื่อลดภาระต้นทุนพลังงานในยุคน้ำมันแพง
- Winning with National Priorities: ผนึกกำลัง ททท. และ ทอท. เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและ Soft Power ด้านอาหารไทย โดยใช้ Big Data และเครือข่ายของแกร็บในภูมิภาคเป็นหัวหอกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าประเทศ
"แกร็บเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นความต้องการของผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และการผสานเทคโนโลยีเข้ากับความยั่งยืน จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง"
นอกจากนี้ ในด้าน Financial Inclusion โดยในปีที่ผ่านมา คือการขยายขอบเขตบริการทางการเงินเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยแกร็บได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ "Grab Quick Cash" ซึ่งเป็นการรุกตลาดสินเชื่อเงินสดสำหรับบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก มุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ
แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงจากปัจจัยรุมเร้าหลายด้าน แต่กลุ่มธุรกิจสินเชื่อของแกร็บยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยสามารถรักษาอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้ต่ำกว่าระดับ 2% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการนำเทคโนโลยี Data Scoring มาใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ โดยวิเคราะห์จากข้อมูลพฤติกรรมและการดำเนินงานของพาร์ทเนอร์คนขับและไรเดอร์บนแพลตฟอร์มอย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างแม่นยำและเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ