โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แกร็บ กางโรดแมพปี 69 ส่งยุทธศาสตร์ Barbell 2.0 บุกตลาดแมส-พรีเมียม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 07.30 น.

แกร็บ ประเทศไทย กางโรดแมปปี 2569 ชูยุทธศาสตร์ "Winning with Purpose Together" ด้วยยุทธศาสตร์ Barbell 2.0 บุกตลาดแมส-พรีเมียม มุ่งสร้างสมดุลอีโคซิสเต็ม รับมือความท้าทายเศรษฐกิจดิจิทัล

วันที่ 24 มีนาคม 2569 – แกร็บ ประเทศไทย ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีเป้าหมายและการรักษาเสถียรภาพของระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “Barbell Strategy 2.0” เพื่อขยายฐานผู้ใช้บริการครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ทั้งการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ และผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม แกร็บยังคงครองความเป็นผู้นำตลาด (Market Leadership) ในกลุ่มบริการ Ride-hailing และ Food Delivery โดยอาศัยการปรับโมเดลธุรกิจให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยในปีที่ผ่านมา แกร็บประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายบริการในกลุ่ม Value Segment ผ่านบริการ SAVER ที่เน้นความคุ้มค่าด้านราคา โดยมีอัตราการเติบโตของเที่ยวบินสูงถึง 250% ขณะเดียวกันยังสามารถขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม High-end และลูกค้าองค์กรผ่านบริการ GrabExecutive ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้ต้องการบริการระดับพรีเมียมและการจองล่วงหน้า

สำหรับภาคธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี แกร็บได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 6.9 พันล้านบาท ผ่านแคมเปญต่างๆ พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้แฟลกชิปแบรนด์อย่าง GrabThumbsUp ที่มีเครือข่ายร้านอาหารคุณภาพกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการขานรับนโยบายรัฐบาลผ่านโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายให้พาร์ทเนอร์ร้านค้าได้ถึง 3 เท่า

นางสาวจันต์สุดากล่าวต่อว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569 แกร็บได้วางแผนการดำเนินงานผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้

  • Winning Business Growth: พัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น ฟีเจอร์ Group Ride, Discover, และ Basket Builder พร้อมขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา (GrabForStudent) และกลุ่มคอบอลผ่านความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
  • Winning Sustainable Impact: สานต่อพันธกิจ GrabForGood มุ่งเน้นการเพิ่มทักษะดิจิทัลและ AI ให้แก่พาร์ทเนอร์ พร้อมผลักดันโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง Grab EV เพื่อลดภาระต้นทุนพลังงานในยุคน้ำมันแพง
  • Winning with National Priorities: ผนึกกำลัง ททท. และ ทอท. เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและ Soft Power ด้านอาหารไทย โดยใช้ Big Data และเครือข่ายของแกร็บในภูมิภาคเป็นหัวหอกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าประเทศ

"แกร็บเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นความต้องการของผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และการผสานเทคโนโลยีเข้ากับความยั่งยืน จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง"

นอกจากนี้ ในด้าน Financial Inclusion โดยในปีที่ผ่านมา คือการขยายขอบเขตบริการทางการเงินเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยแกร็บได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ "Grab Quick Cash" ซึ่งเป็นการรุกตลาดสินเชื่อเงินสดสำหรับบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก มุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ

แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงจากปัจจัยรุมเร้าหลายด้าน แต่กลุ่มธุรกิจสินเชื่อของแกร็บยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยสามารถรักษาอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้ต่ำกว่าระดับ 2% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการนำเทคโนโลยี Data Scoring มาใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ โดยวิเคราะห์จากข้อมูลพฤติกรรมและการดำเนินงานของพาร์ทเนอร์คนขับและไรเดอร์บนแพลตฟอร์มอย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างแม่นยำและเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...