มะกันเล็ง ปธ.สภาอิหร่าน เป็นผู้นำใหม่ นำการเจรจาหวังได้ดีลน้ำมัน
มะกันเล็ง ปธ.สภาอิหร่าน เป็นผู้นำใหม่ นำการเจรจาหวังได้ดีลน้ำมัน
แหล่งข่าวของรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณา โมฮัมหมัด เบเกอร์ กาลิฟบาฟ ประธานสภาอิหร่าน วัย 64 ปี ว่าอาจเป็นคนที่สหรัฐสามารถร่วมงานด้วยและอาจเป็นผู้นำอิหร่านคนใหม่ได้ แม้กาลิฟบาฟจะเคยออกมาข่มขู่สหรัฐและพันธมิตรถึงการโจมตีตอบโต้กลับหลายครั้งก็ตาม
เจ้าหน้าที่ 2 คนในรัฐบาลสหรัฐให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาวบางส่วนมองว่ากาลิฟบาฟเป็นพันธมิตรที่สหรัฐพอจะคุยด้วยได้ ที่อาจขึ้นมานำอิหร่านและเจรจากับรัฐบาลสหรัฐในเฟสต่อไปของสงคราม แต่ทางรัฐบาลสหรัฐยังไม่พร้อมที่จะพุ่งเป้าไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง เพื่อมองหาแคนดิเดตคนอื่นๆ ด้วยว่าจะมีใครที่พร้อมจะร่วมมือทำข้อตกลงกับสหรัฐบ้าง
การที่รัฐบาลสหรัฐเริ่มหันไปให้ความสนใจกับการหาคู่เจรจาเป็นการส่งสัญญาณของอยากหาทางลงจากสงครามกับอิหร่าน ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง จนนำมาสู่ความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ แต่ยังคงมีคำถามเหลืออยู่ว่าสหรัฐและอิสราเอลจะโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่านอย่างไรและใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำอิหร่านคนใหม่
ทั้งนี้ ทรัมป์อ้างว่าได้พูดคุยกับบุคคลสำคัญของอิหร่านและได้สั่งการให้สหรัฐหยุดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพราะสหรัฐและอิหร่านได้เริ่มการเจรจาทางการทูตแล้ว เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งบอกว่าหนึ่งในความสนใจหลักของทรัมป์คือเรื่องน้ำมัน ถึงขนาดที่ทรัมป์ไม่อยากโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นฮับการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน เพราะทรัมป์หวังว่าผู้นำอิหร่านคนต่อไปจะยอมบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ ในลักษณะที่คล้ายกับที่เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาคนใหม่ยอมตกลงในเรื่องน้ำมันกับสหรัฐ หลังประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรถูกโค่นล้ม
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบอกว่า “เราอยากแต่งตั้งคนอย่างเดลซี โรดริเกซในเวเนซุเอลา ที่สหรัฐสามารถบอกได้ว่า เราจะไม่สังหารคุณ เราจะให้คุณดำรงตำแหน่งต่อไป แต่คุณต้องร่วมงานกับเราเพื่อให้คุณมอบข้อตกลงที่ดีให้กับเรา และข้อตกลงแรกคือเรื่องน้ำมัน” อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐอีกคนมองว่าแนวคิดว่าทรัมป์จะสามารถเลือกผู้นำอิหร่านคนใหม่แบบเดียวกับเวเนซุเอลานั้นดูไกลความเป็นจริง และคิดว่าเป็นเพียงการแสดงท่าทีหรือพูดอะไรบางอย่างให้เกิดขึ้นจริง
เจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิดกับทีมความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์บอกว่า มันคงเป็นเรื่องดีหากมีการเจรจาผ่านตัวกลาง และคงดีหากพวกเขาเริ่มคิดหาทางออก แต่อิหร่านพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถยอมรับผลกระทบจากสงครามได้และไม่ยอมอ่อนข้อและมอบน้ำมันให้กับสหรัฐง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม ทีมงานชาวอาหรับในทำเนียบขาวให้ความเห็นว่าทรัมป์พูดเกินจริงในเรื่องการเจรจาพูดคุยเพื่อเป็นข้ออ้างและหาทางลงกับเส้นตาย 48 ชั่วโมงให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่อย่างนั้นจะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน
อาลี วาเลซ นักวิจัยอาวุโสของ International Crisis Group ให้ความเห็นว่าหนึ่งในสาเหตุที่รัฐบาลสหรัฐมองว่ากาลิฟบาฟเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน เพราะเขาถือเป็นคนวงในของระบอบการปกครองอิหร่าน เป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน มีความเหมาะสมในทางปฏิบัติ แต่ก็ยังคงยึดมั่นที่จะรักษาระบอบการปกครองอิสลามของอิหร่าน นั่นทำให้ฝ่ายต่อต้านการปกครองของอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศอย่าง เรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน ถูกตัดออกจากตัวเลือกของสหรัฐ เพราะไม่เชื่อว่าปาห์ลาวีมีความชอบธรรมมากพอในอิหร่าน
ถึงกระนั้นก็ตาม กาลิฟบาฟปฏิเสธว่าไม่เคยเจรจากับสหรัฐ แต่รัฐบาลสหรัฐมองว่าคำปฏิเสธของกาลิฟบาฟเป็นเพียงการแสดงออกเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศเท่านั้น “เรากำลังอยู่ในช่วงทดลองว่าจะมีใครที่จะสามารถ หรือต้องการ และพร้อมที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ได้ หากมีคนขึ้นมาแสดงตัวเราก็จะทดสอบดูว่าเขาเป็นอย่างไร หากพวกเขาเป็นฝ่ายหัวรุนแรงเราก็จะกำจัดเขา”
สหรัฐยังคงยืนยันว่าทรัมป์ให้ความสำคัญกับการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านในสัปดาห์นี้ เพราะอยากเห็นความคืบหน้าที่ดีในช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดยิง เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวยืนยันว่าทรัมป์อยากได้สันติภาพมากกว่าสงครามเหมือนกับทุกคน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มะกันเล็ง ปธ.สภาอิหร่าน เป็นผู้นำใหม่ นำการเจรจาหวังได้ดีลน้ำมัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th