โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สะเทือนใจ! เผยที่มาของกลาง ชายกราดยิงไม่เลือกหน้า ทำครูดับสลด

สยามนิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ทีมข่าวสยามนิวส์
จากกรณี เหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จากกรณีชายขี่บิ๊กไบค์ประสบอุบัติเหตุล้ม ก่อนเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์บนท้องถนน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

จากกรณี เหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จากกรณีชายขี่บิ๊กไบค์ประสบอุบัติเหตุล้ม ก่อนเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์บนท้องถนน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ น.ส.ปภัสรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ข้าราชการครู โรงเรียนวัดสุคันธาราม (สุคันธวิทยาคาร) อ.วังน้อย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายวัลลพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว พร้อมของกลางยาบ้า 3 เม็ด

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ พบเป็นปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ มีทะเบียนถูกต้องตั้งแต่ปี 2551 โดยผู้ครอบครองตามใบอนุญาตคืออดีตตำรวจยศ ด.ต. ซึ่งปัจจุบันเกษียณราชการแล้ว ใบอนุญาตออกโดยที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเป็นอาวุธที่จัดซื้อผ่านโครงการสวัสดิการของตำรวจ

อย่างไรก็ตาม ชื่อผู้ครอบครองปืนตามทะเบียนไม่ตรงกับผู้ต้องหาในคดี ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกรณี ปืนมีทะเบียนแต่ตกไปอยู่ในมือผู้อื่น ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนว่าอาวุธดังกล่าวมาอยู่กับผู้ก่อเหตุได้อย่างไร

เบื้องต้น ทางอำเภอลาดบัวหลวงจะประสานไปยังอำเภออุบลรัตน์ เพื่อตรวจสอบกับผู้ได้รับอนุญาตตัวจริง หากพบว่าอาวุธยังอยู่ครบ อาจเข้าข่ายการสวมทะเบียน แต่หากสูญหาย จะต้องตรวจสอบว่ามีการแจ้งหายตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้งทั้งสถานีตำรวจและนายทะเบียนผู้ออกใบอนุญาต

นายอำเภอยังย้ำว่า ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองอาวุธปืนต้องเก็บรักษาไว้ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้พกพา หากปล่อยปละละเลยจนสูญหาย อาจมีความผิดตามกฎหมาย

ด้านคดีความ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา ซึ่งยังให้การสับสน โดยรับสารภาพเบื้องต้นว่าเดินทางจาก จ.ปทุมธานี เพื่อไปหาแฟนสาวที่ จ.สุพรรณบุรี และได้เสพยาบ้าก่อนก่อเหตุจำนวน 6 เม็ด อีกทั้งยังพบยาบ้าติดตัวอีก 3 เม็ด ทั้งนี้ การสอบสวนต้องมีทนายเข้าร่วม เนื่องจากคดีมีอัตราโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต โดยตั้งแต่ควบคุมตัวผู้ต้องหา ยังไม่มีญาติเดินทางมาเยี่ยม

ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัย ขณะที่พนักงานสอบสวนระบุว่า ขณะนี้มีพยานหลักฐานครบถ้วน ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพียงพอสำหรับดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...