โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Oracle ปลดพนักงานครั้งใหญ่ สัญญาณโลกใหม่ที่ต้องตั้งรับให้ทัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร

เกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมไปทั้งวงการเทคและแรงงานทั่วโลก เมื่อบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Oracle ประกาศเลิกจ้างพนักงานหลักหมื่นราย โดยเป็นการส่งอีเมลสั้น ๆ และให้มีผลทันที เหตุการณ์นี้นำไปสู่คำถามสำคัญว่า “สิ่งนี้กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในโลกการทำงานหรือไม่” และถ้าเราคือพนักงาน Oracle ที่ได้รับอีเมลแจ้งในตอนเช้า เราจะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมไปทั้งวงการเทคและแรงงานทั่วโลก เมื่อพนักงานจำนวนมากในหลายประเทศของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Oracle ได้รับอีเมลที่มีข้อความสั้น ๆ จากบริษัทฯว่า “ตำแหน่งของคุณถูกยกเลิกแล้ว และวันนี้ก็คือวันสุดท้ายของการทำงานทันที” แน่นอนว่าพนักงานทุกรายที่ได้รับอีเมลนี้ของ Oracle ล้วนตั้งตัวไม่ทัน แม้ในบางพื้นที่บริษัทจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแจ้งล่วงหน้า เช่น กรณีในรัฐวอชิงตันที่มีการแจ้งปลดพนักงาน 491 คนตามกฎหมาย WARN Act แต่ในภาพรวม พนักงานทั่วโลกกลับรับรู้ข่าวผ่านอีเมลในวันที่ถูกเลิกจ้างจริง ๆ

ตัวเลขที่แท้จริงของการปลดพนักงานยังไม่ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่รายงานจากหลายแหล่งชี้ว่าอาจมีขนาดใหญ่ถึงระดับ 20,000–30,000 ตำแหน่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับพนักงานทั้งหมดราว 162,000 คนของOracle ขณะที่บางการประเมินระบุว่าการลดต้นทุนจากการปลดพนักงานในระดับนี้อาจช่วยเพิ่มกระแสเงินสดได้ถึง 8,000 –10,000 ล้านดอลลาร์

สิ่งที่น่าสนใจ คือการปลดพนักงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ Oracle มีปัญหา ผลประกอบการของ Oracle ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจบริการ Cloud Infrastructure, AI รวมถึง Cloud Application ที่โตต่อเนื่อง ขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็มีอัตราการเติบโตระดับ 2 หลัก แต่ความท้าทายที่ Oracle เผชิญคือแรงกดดันที่มาจาก “ค่าใช้จ่ายมหาศาลในอนาคต” โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้การลงทุนระดับแสนล้านดอลลาร์

ข้อมูลบางแหล่งระบุว่า Oracleได้เตรียมงบประมาณในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ไว้ถึง 2,100 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน สะท้อนภาพชัดเจนว่าการปลดพนักงานแบบฟ้าผ่าครั้งนี้ไม่ใช่การลดต้นทุนแบบปกติ แต่มองได้ว่าเป็นการย้ายทรัพยากรจากคน ไปสู่ AI ชัดเจน

หากมองลึกลงไป การตัดสินใจของOracle สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากเดิมที่การเติบโตของบริษัทมักหมายถึงการจ้างคนเพิ่ม แต่ในยุค AI การเติบโตอาจหมายถึง การลงทุนในเครื่องจักรและระบบมากกว่าคน

รายงานหลายชิ้นชี้ว่าบางตำแหน่งที่ถูกลดลง เป็นงานที่บริษัทเชื่อว่า AI สามารถเข้ามาทดแทนหรือเพิ่มประสิทธิภาพได้ ขณะที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่อื่น ๆ อย่าง Amazon, Microsoft และ Meta ก็อยู่ในเส้นทางเดียวกัน โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าในปี 2026 เพียงปีเดียว มีบริษัทเทคโนโลยีมากกว่า 70 แห่งปลดพนักงานรวมกันแล้วกว่า 40,000 คน และแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป ภายใต้แรงกดดันเดียวกันคือการแข่งขันด้าน AI

เหตุการณ์ปลดพนักงานฟ้าผ่าของ Oracle ครั้งนี้ นำไปสู่คำถามสำคัญว่า “สิ่งนี้กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในโลกการทำงานหรือไม่” และถ้าเราคือพนักงาน Oracle ที่ได้รับอีเมลแจ้งในตอนเช้า แน่นอนว่าคงไม่มีใครรู้สึกดี แต่เราจะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร และนี่คือ 4 แนวทางรับมือ ในวันที่เราอาจต้องโดน AI มาแย่งงาน

  • มีเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือน: สิ่งแรกที่ควรทำคือการสร้างกันชนให้ตัวเอง เพราะความน่ากลัวของการปลดแบบฟ้าผ่าแบบนี้คือการไม่มีเวลาตั้งหลัก ดังนั้นเพื่อให้ปลอดภัยขึ้นควรมีเงินสำรองให้ตัวเองอยู่รอดได้ 3-6 เดือน สิ่งนี้จะทำให้ช่วงเวลาวิกฤติ กลายเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่สามารถเลือกอาชีพต่อไปได้ โดยไม่ได้อยู่ที่สถานะจำเป็นต้องเลือกเพราะแรงกดดันทางการเงิน
  • สร้างทักษะที่ตลาดต้องการ: พนักงานบางกลุ่มมีทักษะที่โดดเด่นมากในองค์กร แต่ทักษะนั้นผูกอยู่กับระบบ พอไม่ได้อยู่กับระบบเดิมความโดดเด่นที่มีก็หายไป สิ่งที่ต้องสร้างคือทักษะที่ตลาดต้องการ ยิ่งในยุค AI ทักษะอย่างการใช้เครื่องมือ AI การวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ หรือการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน จะยิ่งมีคุณค่าเพราะเป็นสิ่งที่ AI ยังแทนได้ไม่สมบูรณ์
  • การมีตัวตนในตลาดแรงงาน: แม้จะเป็นคนที่มีผลงานดี แต่ไม่มีใครรู้จัก หากต้องหางานใหม่ด้วยการเริ่มต้นจากศูนย์จะยากมาก การมีโปรไฟล์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น LinkedIn ผลงานที่จับต้องได้ หรือเครือข่ายคนรู้จักในสายงาน จะช่วยให้โอกาสเข้ามาเร็วขึ้น
  • การมีรายได้ 2 ทาง: การมีรายได้เสริม 2 ทาง ถือเป็นการสร้างทางเลือกไว้รองรับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ งานโปรเจกต์ หรือการลงทุน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ไม่ต้องผูกชีวิตทั้งหมดไว้กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว

ในยุคที่ AI กำลังเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ การเตรียมตัวรับมือกับความไม่แน่นอน อาจไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทักษะจำเป็นที่ต้องมีติดตัว

อ้างอิง : reuters.com, businessinsider.com, timesofindia.indiatimes.com, people.com, marketwatch.com, businessinsider.com, reuters.com, reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...