Oracle ปลดพนักงานครั้งใหญ่ สัญญาณโลกใหม่ที่ต้องตั้งรับให้ทัน
โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร
เกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมไปทั้งวงการเทคและแรงงานทั่วโลก เมื่อบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Oracle ประกาศเลิกจ้างพนักงานหลักหมื่นราย โดยเป็นการส่งอีเมลสั้น ๆ และให้มีผลทันที เหตุการณ์นี้นำไปสู่คำถามสำคัญว่า “สิ่งนี้กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในโลกการทำงานหรือไม่” และถ้าเราคือพนักงาน Oracle ที่ได้รับอีเมลแจ้งในตอนเช้า เราจะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมไปทั้งวงการเทคและแรงงานทั่วโลก เมื่อพนักงานจำนวนมากในหลายประเทศของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Oracle ได้รับอีเมลที่มีข้อความสั้น ๆ จากบริษัทฯว่า “ตำแหน่งของคุณถูกยกเลิกแล้ว และวันนี้ก็คือวันสุดท้ายของการทำงานทันที” แน่นอนว่าพนักงานทุกรายที่ได้รับอีเมลนี้ของ Oracle ล้วนตั้งตัวไม่ทัน แม้ในบางพื้นที่บริษัทจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแจ้งล่วงหน้า เช่น กรณีในรัฐวอชิงตันที่มีการแจ้งปลดพนักงาน 491 คนตามกฎหมาย WARN Act แต่ในภาพรวม พนักงานทั่วโลกกลับรับรู้ข่าวผ่านอีเมลในวันที่ถูกเลิกจ้างจริง ๆ
ตัวเลขที่แท้จริงของการปลดพนักงานยังไม่ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่รายงานจากหลายแหล่งชี้ว่าอาจมีขนาดใหญ่ถึงระดับ 20,000–30,000 ตำแหน่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับพนักงานทั้งหมดราว 162,000 คนของOracle ขณะที่บางการประเมินระบุว่าการลดต้นทุนจากการปลดพนักงานในระดับนี้อาจช่วยเพิ่มกระแสเงินสดได้ถึง 8,000 –10,000 ล้านดอลลาร์
สิ่งที่น่าสนใจ คือการปลดพนักงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ Oracle มีปัญหา ผลประกอบการของ Oracle ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจบริการ Cloud Infrastructure, AI รวมถึง Cloud Application ที่โตต่อเนื่อง ขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็มีอัตราการเติบโตระดับ 2 หลัก แต่ความท้าทายที่ Oracle เผชิญคือแรงกดดันที่มาจาก “ค่าใช้จ่ายมหาศาลในอนาคต” โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้การลงทุนระดับแสนล้านดอลลาร์
ข้อมูลบางแหล่งระบุว่า Oracleได้เตรียมงบประมาณในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ไว้ถึง 2,100 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน สะท้อนภาพชัดเจนว่าการปลดพนักงานแบบฟ้าผ่าครั้งนี้ไม่ใช่การลดต้นทุนแบบปกติ แต่มองได้ว่าเป็นการย้ายทรัพยากรจากคน ไปสู่ AI ชัดเจน
หากมองลึกลงไป การตัดสินใจของOracle สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากเดิมที่การเติบโตของบริษัทมักหมายถึงการจ้างคนเพิ่ม แต่ในยุค AI การเติบโตอาจหมายถึง การลงทุนในเครื่องจักรและระบบมากกว่าคน
รายงานหลายชิ้นชี้ว่าบางตำแหน่งที่ถูกลดลง เป็นงานที่บริษัทเชื่อว่า AI สามารถเข้ามาทดแทนหรือเพิ่มประสิทธิภาพได้ ขณะที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่อื่น ๆ อย่าง Amazon, Microsoft และ Meta ก็อยู่ในเส้นทางเดียวกัน โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าในปี 2026 เพียงปีเดียว มีบริษัทเทคโนโลยีมากกว่า 70 แห่งปลดพนักงานรวมกันแล้วกว่า 40,000 คน และแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป ภายใต้แรงกดดันเดียวกันคือการแข่งขันด้าน AI
เหตุการณ์ปลดพนักงานฟ้าผ่าของ Oracle ครั้งนี้ นำไปสู่คำถามสำคัญว่า “สิ่งนี้กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในโลกการทำงานหรือไม่” และถ้าเราคือพนักงาน Oracle ที่ได้รับอีเมลแจ้งในตอนเช้า แน่นอนว่าคงไม่มีใครรู้สึกดี แต่เราจะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร และนี่คือ 4 แนวทางรับมือ ในวันที่เราอาจต้องโดน AI มาแย่งงาน
- มีเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือน: สิ่งแรกที่ควรทำคือการสร้างกันชนให้ตัวเอง เพราะความน่ากลัวของการปลดแบบฟ้าผ่าแบบนี้คือการไม่มีเวลาตั้งหลัก ดังนั้นเพื่อให้ปลอดภัยขึ้นควรมีเงินสำรองให้ตัวเองอยู่รอดได้ 3-6 เดือน สิ่งนี้จะทำให้ช่วงเวลาวิกฤติ กลายเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่สามารถเลือกอาชีพต่อไปได้ โดยไม่ได้อยู่ที่สถานะจำเป็นต้องเลือกเพราะแรงกดดันทางการเงิน
- สร้างทักษะที่ตลาดต้องการ: พนักงานบางกลุ่มมีทักษะที่โดดเด่นมากในองค์กร แต่ทักษะนั้นผูกอยู่กับระบบ พอไม่ได้อยู่กับระบบเดิมความโดดเด่นที่มีก็หายไป สิ่งที่ต้องสร้างคือทักษะที่ตลาดต้องการ ยิ่งในยุค AI ทักษะอย่างการใช้เครื่องมือ AI การวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ หรือการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน จะยิ่งมีคุณค่าเพราะเป็นสิ่งที่ AI ยังแทนได้ไม่สมบูรณ์
- การมีตัวตนในตลาดแรงงาน: แม้จะเป็นคนที่มีผลงานดี แต่ไม่มีใครรู้จัก หากต้องหางานใหม่ด้วยการเริ่มต้นจากศูนย์จะยากมาก การมีโปรไฟล์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น LinkedIn ผลงานที่จับต้องได้ หรือเครือข่ายคนรู้จักในสายงาน จะช่วยให้โอกาสเข้ามาเร็วขึ้น
- การมีรายได้ 2 ทาง: การมีรายได้เสริม 2 ทาง ถือเป็นการสร้างทางเลือกไว้รองรับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ งานโปรเจกต์ หรือการลงทุน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ไม่ต้องผูกชีวิตทั้งหมดไว้กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว
ในยุคที่ AI กำลังเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ การเตรียมตัวรับมือกับความไม่แน่นอน อาจไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทักษะจำเป็นที่ต้องมีติดตัว
อ้างอิง : reuters.com, businessinsider.com, timesofindia.indiatimes.com, people.com, marketwatch.com, businessinsider.com, reuters.com, reuters.com