หุ้นไทยภาคเช้า ปิดบวก 5.83 จุด แรงหนุนจากโรงกลั่น-ปิโตร-พืชพลังงาน กลุ่มค้าปลีก-ขนส่งฉุด
หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 27 มี.ค. ปิดที่ 1,448.75 จุด บวก 5.83 จุด มูลค่าซื้อขาย 27,965 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากหุ้นพลังงาน โรงกลั่น ปิโตรเคมี ปาล์ม ยาง ไบโอดีเซล ช่วยค้ำตลาด ขณะที่กลุ่มบริโภคในประเทศ อย่าง ค้าปลีก ขนส่ง เก็งได้รับผลกระทบน้ำมันแพงกดดันกำลังซื้อ
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 27 มีนาคม ที่ระดับ 1,448.75 จุด บวก 5.83 จุด (+0.40%) มูลค่าซื้อขายราว 27,965 ล้านบาท
ช่วงเช้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 3 หลักทรัพย์ 3 รายการ พบ QQQM19 มีมูลค่าสูงสุด 500.68 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 15.48 บาท
นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดูดีกว่าตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่น พืชพลังงานทดแทน อาทิ ปาล์ม ยาง ไบโอดีเซล หรือกลุ่ม Commodity อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบถีบตัวสูงขึ้นคาดผลักดันกำไรดีขึ้นมาก โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นอาจทำกำไรได้เกินกว่า 1 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 1/69 ขณะที่กลุ่มธุรกิจทั่วไปในไตรมาส 1/69 ก็ยังไม่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน โดยรวมกำไรของ บจ.ในไตรมาส 1/69 น่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้มีแรงเก็งกำไรเข้ามา
ขณะที่ภาพของตลาดหุ้นไทยในเดือนเม.ย.ที่จะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้าคาดว่ากลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และโรงกลั่น ยังช่วยค้ำยันไว้ได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือผลประกอบการของ บจ.ในไตรมาส 2/69 น่าจะเห็นผลกระทบค่อนข้างมากจากราคาน้ำมันในประเทศกระชากขึ้นมาแรงส่งผลต่อกำลังซื้อ และบรรจุภัณฑ์อาจขาดแคลนจากผลกระทบกับโรงงานพลาสติก ซึ่งยังประเมินผลกระทบในไตรมาส 2/69 ยาก จึงเตือนระวังหลังสงกรานต์ถึงต้นพ.ค.ตลาดหุ้นอาจปรับฐานแรง
อย่างไรก็ดี สงครามตะวันออกกลางยังไม่จบ โทนของตลาดยังมีแรงเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน กลุ่ม Commodity ซึ่งเป็นหุ้นที่ไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการ แต่หุ้นกลุ่มบริโภคในประเทศ ทั้งค้าปลีกและขนส่ง อาจได้รับผลกระทบด้านต้นทุน และกำลังซื้อหดตัว ซึ่งยังไม่รู้ว่ากระทบต่องบมากน้อยอย่างไร
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้ามีโอกาสย่อตัว ให้กรอบ 1,418-1,470 จุด ส่วนช่วงบ่ายวันนี้ให้แนวรับ 1,440 จุด แนวต้าน 1,460 จุด