โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เสธ.โหน่ง" เตือนรัฐ "แนวคิดความมั่นคงไทยยังล้าหลังโลก" หากไม่เร่งปรับโครงสร้าง เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจ–ความมั่นคงทั้งระบบ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"เสธ.โหน่ง" เตือนรัฐ "แนวคิดความมั่นคงไทยยังล้าหลังโลก" หากไม่เร่งปรับโครงสร้าง เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจ–ความมั่นคงทั้งระบบ ชี้ยุคใหม่ไม่ใช่แค่สงคราม แต่คือศึกเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และข้อมูล ที่รัฐต้องเร่งปรับตัว

วันที่ 18 เม.ย. 2569 พล.ท.พงศกร รอดชมภู หรือ “เสธ.โหน่ง” อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Room 44 แสดงความเห็นต่อทิศทางความมั่นคงของประเทศไทย โดยระบุว่าแนวคิดความมั่นคงในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการทหาร แต่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพของประเทศ

เสธ.โหน่งกล่าวว่า แก่นของความมั่นคงคือความสามารถของประเทศในการสร้างรายได้และศักยภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการป้องกันการบ่อนทำลายจากปัจจัยภายในและภายนอก พร้อมยกตัวอย่างสงครามรัสเซีย–ยูเครน ที่ชี้ให้เห็นว่าผลลัพธ์ของความขัดแย้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโลจิสติกส์ เขาระบุว่า แนวโน้มความมั่นคงโลกได้เปลี่ยนจากการทำสงครามเชิงทหารไปสู่การ “ป้องปรามเชิงศักยภาพ” โดยประเทศที่มีความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น ญี่ปุ่น และไต้หวัน สามารถสร้างอิทธิพลในเวทีโลกได้ แม้ไม่ได้เน้นกำลังทหารโดยตรง

เสธ.โหน่งแสดงความกังวลต่อการเปิดรับทุนต่างชาติ โดยระบุว่าอาจกระทบผู้ประกอบการไทย เพิ่มความเสี่ยงด้านฟอกเงิน คุณภาพโครงการ และการแย่งงานแรงงานในประเทศ อีกทั้งยังชี้ว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาต่างชาติสูง และมีรายได้จำนวนมากไหลออกผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ ในมิติการวางแผนประเทศ เขาระบุว่าการผูกติดกับ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” ทำให้การกำหนดนโยบายขาดความยืดหยุ่น ไม่สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสะท้อนปัญหาโครงสร้างแบบรวมศูนย์ที่ทำให้การปรับนโยบายทำได้ยาก ต่างจากหลายประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจฐาน SME ซึ่งมีความคล่องตัวสูง เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น และไต้หวัน ในด้านความมั่นคง เสธ.โหน่งอ้างถึงแนวคิดของ “เซอร์ โรเบิร์ต ทอมป์สัน” ว่าการแก้ปัญหาต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และต้องบูรณาการการทำงานระหว่างพลเรือน ตำรวจ และทหารอย่างเป็นเอกภาพ โดยระบุว่าปัญหาหลักของไทยคือการทำงานแยกส่วน ส่งผลให้การใช้งบประมาณไม่สอดประสานและเกิดความซ้ำซ้อน

เขาเสนอให้มีผู้รับผิดชอบระดับนโยบายที่สามารถเชื่อมโยงงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งย้ำว่าเป้าหมายของความมั่นคงต้องอยู่ที่ความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

สำหรับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสธ.โหน่งมองว่าเป็นความขัดแย้งยืดเยื้อที่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบความมั่นคง และตั้งข้อสังเกตว่าการใช้งบประมาณจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมาอาจไม่ได้นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ในเชิงปฏิบัติ เขาเสนอให้แยกประเภทคดีให้ชัดเจนระหว่างคดีอาชญากรรมทั่วไปกับคดีความมั่นคง พร้อมนำเทคโนโลยี เช่น กล้อง โดรน และระบบติดตามแบบเรียลไทม์ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบเหตุการณ์ ลดความล่าช้าในการเข้าพื้นที่

เสธ.โหน่งยังเสนอให้ไทยปรับบทบาทด้านต่างประเทศจากเชิงรับเป็นเชิงรุก โดยตั้งทีมบูรณาการด้านความมั่นคง ข่าวกรอง และการสื่อสาร เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในเวทีโลก และสร้างสมดุลทางข้อมูลระหว่างประเทศ เขาระบุว่าการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์มีความสำคัญไม่แพ้การทูต และควรใช้ทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศในการนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้จุดยืนของประเทศได้รับการรับรู้อย่างรอบด้าน

ท้ายที่สุด เสธ.โหน่งเสนอให้ยกระดับบทบาทสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สามารถเชื่อมโยงนโยบายความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมเตือนว่าหากไทยไม่ปรับโครงสร้างการบริหารความมั่นคงให้ทันโลก อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการรับมือความท้าทายในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...