โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเร่งรับมือภัยแล้งเชิงรุก-เตือนเกษตรกรปรับแผนเพาะปลูก ลดความเสี่ยงเอลนีโญ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รัฐบาลเร่งรับมือภัยแล้งเชิงรุก “ทส.–ชลประทาน” ผนึกกำลังบริหารน้ำทั้งระบบ เตือนเกษตรกรปรับแผนเพาะปลูก ลดความเสี่ยงจากเอลนีโญ พร้อมเดินหน้าช่วยประชาชนทั่วประเทศ

รัฐบาลเร่งรับมือภัยแล้งเชิงรุก “ทส.–ชลประทาน” ผนึกกำลังบริหารน้ำทั้งระบบ

วันนี้ (4 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง โดยบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลประชาชนและภาคการเกษตรอย่างใกล้ชิด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากสถานการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น กรมชลประทานได้ออกมาตรการเชิงรุก ขอความร่วมมือเกษตรกรวางแผนเพาะปลูกอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะการงดทำนาปรังรอบที่ 2 เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของผลผลิต พร้อมแนะนำให้ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชอายุสั้นที่ทนแล้งได้ดี ควบคู่กับการใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เร่งเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำระดมสรรพกำลังลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำกินน้ำใช้ สนับสนุนระบบประปาหมู่บ้าน และสำรองน้ำต้นทุนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึง

การดำเนินงานดังกล่าวครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ ลำปาง นครสวรรค์ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา จันทบุรี นครศรีธรรมราช พิษณุโลก ชุมพร กระบี่ และอุบลราชธานี โดยมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ แจกจ่ายน้ำสะอาด และสนับสนุนภารกิจภาคสนามอย่างครบวงจร ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำสามารถช่วยเหลือประชาชนได้แล้วกว่า 21,600 ครัวเรือน หรือคิดเป็นประชาชนกว่า 43,200 คน สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ คือ การมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในช่วงวิกฤตภัยแล้ง ลดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และภาคการเกษตร พร้อมทั้งมีแนวทางในการปรับตัวอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...