BGRIM จ่อโชว์กำไร Q1 โต โบรกประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ”
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 03.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น – หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ายังคงเป็นที่จับตาของนักลงทุน โดยเฉพาะ บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ที่กำลังจะเตรียมประกาศงบการเงินงวดไตรมาส 1/2569 ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ นักวิเคราะห์จากหลายสำนักประเมินทิศทางตรงกันว่า กำไรสุทธิของ BGRIM ในช่วงไตรมาสแรกจะเติบโตได้ดีทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Gain) อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปที่ "กำไรปกติ" (Core Profit) กลับพบว่ายังคงเผชิญแรงกดดันจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) และแนวโน้มต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ขยับตัวสูงขึ้น
ภาพรวมงบไตรมาส 1/2569: กำไรสุทธิเด่น แต่กำไรปกติอ่อนตัว YoY ประเมินเบื้องต้นจาก 5 โบรกเกอร์ คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิ 1Q69 ของ BGRIM จะอยู่ในกรอบ 672 - 717 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized FX Gain)
ทว่าในส่วนของกำไรปกติ (Core Profit) คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 497 - 541 ล้านบาท ซึ่งเป็นการหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 18% - 33.6% YoY ปัจจัยกดดันหลักมาจากอัตราภาษีที่จ่ายสูงขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าบางแห่ง (เช่น ABPR3) ได้หมดสิทธิประโยชน์ BOI แล้ว รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มสูงขึ้น
แนวโน้มไตรมาส 2 และครึ่งปีหลัง: ท้าทายต้นทุนก๊าซ แต่มีโครงการใหม่ช่วยพยุง สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/2569 โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มองว่ายังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ (Pool gas) มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นมาอยู่ในกรอบ 320-350 บาท/MMBtu ซึ่งจะเข้ามากดดันอัตรากำไร (Margin) ของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP
อย่างไรก็ดี ภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) คาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัว โดยมีปัจจัยหนุนจากการเริ่มรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรจากโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Nakwol 1 ในเกาหลีใต้ และ Huong Hoa 1 ในเวียดนาม รวมถึงโอกาสการเติบโตในระยะยาวจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มอุตสาหกรรม (IU) และ Data Center
สรุปมุมมองและคำแนะนำจาก 5 โบรกเกอร์
บล. เคจีไอ (KGI) – อัปเกรดคำแนะนำเป็น "ซื้อ"
คำแนะนำ: ซื้อ (ปรับขึ้นจากเดิม)
ราคาเป้าหมาย: 15.30 บาท (ปรับขึ้นจาก 13.00 บาท)
มุมมอง: แม้กำไรหลักใน 1Q69 และ 2Q69 จะเผชิญแรงกดดัน แต่ตลาดได้รับรู้ปัจจัยลบเรื่องมาร์จิ้น SPP ที่ถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซไปมากแล้ว KGI มองข้ามชอร์ตไปยังปัจจัยบวกระยะยาว ได้แก่ อุปสงค์สาธารณูปโภคจากการลงทุนที่ได้รับส่งเสริม BOI ที่เติบโตสูง (โดยเฉพาะภาคดิจิทัล) และโอกาส Re-rating จากแผน PDP ฉบับใหม่ของไทย
บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Securities) – แนะนำ "ซื้อ"
คำแนะนำ: ซื้อ (คงคำแนะนำ)
ราคาเป้าหมาย: 19.10 บาท
มุมมอง: กำไรปกติ 1Q69 ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดี และมองว่าบริษัทมีตัวแปรอื่นทางธุรกิจที่ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะการ COD โครงการสำคัญอย่าง Nakwol 1 ในเกาหลีใต้ รวมถึงดอกเบี้ยรับจากการลงทุนหุ้นกู้แปลงสภาพ Unison และมองว่าธุรกิจ Data Center จะเป็นแรงหนุนในระยะยาว
บล. เอเซีย พลัส (Asia Plus) – แนะนำ "ซื้อ" เมื่อราคาอ่อนตัว
คำแนะนำ: ซื้อ
ราคาเป้าหมาย: 16.00 บาท (ปรับลดจาก 18.80 บาท)
มุมมอง: ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-2570 ลง เพื่อสะท้อนสมมติฐานค่า Ft และราคาก๊าซที่สูงขึ้น รวมถึงการเลื่อนรับรู้รายได้โครงการ Nakwol 2 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาหุ้นได้ตอบรับต้นทุนสงครามไปแล้วระดับหนึ่ง และแนะนำให้ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว เพื่อรอการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง
บล. หยวนต้า (Yuanta) – แนะนำ "ซื้อ" (แต่อาจใช้จังหวะ Lock-in Profit)
คำแนะนำ: ซื้อ (Maintain)
ราคาเป้าหมาย: 18.40 บาท (มีแนวโน้มอาจปรับลดลงเหลือราว 15.00 บาท)
มุมมอง: ผลประกอบการ 1Q69 อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า และ 2Q69 ยังมีความท้าทายจากราคาก๊าซที่สูงขึ้น ในเชิงกลยุทธ์ มองว่าราคาหุ้นที่ฟื้นตัวขึ้นมาได้สะท้อนปัจจัยราคาก๊าซที่ผ่อนคลายไปแล้ว จึงแนะนำให้ใช้จังหวะนี้ทำกำไร (Lock-in profit) หรือลดน้ำหนัก เพื่อเปลี่ยนไปลงทุนในหุ้นที่งบครึ่งปีแรกเด่นกว่า เช่น GULF, GUNKUL หรือ GPSC
บล. กรุงศรี (Krungsri) – แนะนำ "ถือ" (Neutral)
คำแนะนำ: ถือ (Neutral)
ราคาเป้าหมาย: 15.0 บาท
มุมมอง: คาดว่ากำไรปกติจะปรับตัวลดลงทั้ง YoY และ QoQ ใน 2Q69 จากแรงกดดันด้าน SPP Margin เนื่องจากต้นทุน Pool gas เร่งตัวเร็วกว่าค่าไฟ ระยะสั้นยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของต้นทุนพลังงาน จึงแนะนำให้ถือ เพื่อรอการฟื้นตัวของธีมราคาก๊าซ LNG ขาลง ซึ่งคาดว่าจะขยับออกไปเป็นปี 2570 (27F)