โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แนวโน้มอาชญากรรมออนไลน์ลดลง หลังลุยกวาดล้างบัญชีม้า

INN News

อัพเดต 25 เม.ย. เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. เวลา 07.58 น. • INN News

ตร.เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ออนไลน์ พบแนวโน้มคดีและมูลค่าความเสียหายโดยรวมลดลง หลังลุยทลายเครือข่ายบัญชีม้า

วันนี้ (25 เม.ย.69) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศปอส.ตร.ซึ่งมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เดินหน้าขับเคลื่อนการปราบปรามอาชญากรรมทาางเทคโนโลยีทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกงออนไลน์ สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลให้กับประชาชน

จากการที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติอย่างจริงจัง ในการขับเคลื่อนตรวจสอบการถอนเงินหน้าเคาน์เตอร์ และเอทีเอ็ม ส่งไปให้หน่วยปฏิบัติทำการสืบสวน นำไปสู่การออกหมายจับ และมีการจับกุมม้าถอนเงิน คอกม้า (กลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า) และมีการขยายผลไปยังเครือข่ายเป็นจำนวนมาก ทำให้แนวโน้มอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีจำนวนเคสและมูลค่าความเสียหายลดลง โดยพบว่าคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการมีจำนวนคดีมากที่สุด 73.5% ของคดีทั้งหมด ส่วนคดีหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุนเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงสุด 31.8% ของคดีทั้งหมด

นอกจากการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่หลอกลวงคนไทยแล้ว ศปอส.ตร.สั่งการให้ทุกหน่วยยกระดับดำเนินการเชิงรุกในการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ที่มาลักลอบรวมตัวในประเทศไทยในการหลอกลวงประเทศอื่นด้วย ต้องไม่ปล่อยให้กลุ่มอาชญากรกลุ่มนี้มาสร้างความเสื่อมเสียและภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการปราบปรามจับกุมการพนันออนไลน์ โดยเฉพาะที่มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 10 ล้านบาท และการจำหน่าย การโฆษณาอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งนี้ ศปอส.ตร. เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพใน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

1. หลอกขายสินค้าและบริการ : มิจฉาชีพมักเปิดเพจปลอม หรือใช้โปรไฟล์ปลอม เสนอขายสินค้าราคาถูกเกินจริง และเมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะไม่ยอมส่งสินค้า

2. หลอกลงทุนอ้างผลตอบแทนสูง : มิจฉาชีพมักใช้โปรไฟล์ปลอม หรือนำเทคโนโลยี AI มาสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือเพื่อหลอกให้ร่วมลงทุน

3. หลอกทำงานเสริมออนไลน์ : มิจฉาชีพมักอ้างว่ามีรายได้ง่าย ๆ จากการกดไลก์ หรือรีวิวสินค้า โดยหลอกให้เหยื่อโอนเงินไปก่อนเพื่อทำภารกิจ ห้ามหลงเชื่อรายได้ที่ดูเกินจริง และห้ามให้ข้อมูลสำคัญส่วนตัวเด็ดขาด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...