‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ย้ำชาติต้องมาก่อนเสมอ ไทยต้องบริหารสมดุลอำนาจ
26 เมษายน 2569 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart เรื่อง ชาติต้องมาก่อนเสมอ
นายหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเดินทางมาไทยหลังจากแวะเยือนกัมพูชา ก็มีขบวนการบ่อนแซะว่า จีนให้ความสำคัญกับเพื่อนบ้านมากกว่าไทย เพราะคณะที่ไปข้างบ้านมีรัฐมนตรีกลาโหมไปด้วย
การต่อสู้ระหว่างไทยกับเพื่อนข้างบ้าน รวมทั้งสงครามระหว่างอิหร่านกับอเมริกา/อิสราเอลที่ผ่านมา ทำให้คำพูดของนักการเมืองที่ว่า เดี๋ยวนี้ทุกประเทศเค้าเลิกรบกันแล้ว เป็นวาทะกรรมที่ห่วยแตก เพราะผู้นำอเมริกันที่พวกนี้เทิดทูนก็ทำสงคราม
นักการเมืองต้องไม่กลัวทหารจนไม่พัฒนากองทัพให้แข็งแกร่ง อนาคตไทยต้องเดินตามรอยอิหร่านที่พัฒนาและผลิตอาวุธชั้นดีด้วยนโยบายพึ่งตนเอง ไม่ยืมจมูกต่างชาติ ถึงได้ยืนซดกับมหาอำนาจได้อย่างสมศักดิ์ศรี ปราศจากความเกรงกลัวนโยบายต่างประเทศที่ดีต้องไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความกลัวและหวังพึ่งต่างชาติมากเกินไป
ที่สำคัญ ทุกประเทศต้องสะสมอาวุธ หากไม่มีอาวุธ อิหร่านคงย่อยยับไปนานแล้ว ไม่ยืนหยัดเผชิญหน้ามหาอำนาจอเมริกาได้เช่นนี้
ดังนั้น ทุกประเทศต้องซื้ออาวุธเพื่อป้องกันประเทศ ไม่สามารถเอาไม้และหนังสติ๊กไปต่อสู้ได้ ไม่มีประเทศใดเอาเรือประมงไปสู้กับเรือรบ
ไม่น่าแปลกใจที่ข้างบ้านจะสั่งซื้อเรือรบจากจีน และจีนก็ไม่มีความลับอะไรที่ขายเรือรบให้คนข้างบ้าน เรือรบเป็นสินค้าที่ใครก็สั่งซื้อได้ ด้วยราคาที่พอใจกันทั้งสองฝ่าย ประเทศผู้ผลิตต้องขายเรือรบที่ดีได้มาตรฐาน ไม่ใช่ของห่วยๆให้เสียชื่อเสียยี่ห้อ
ไทยเราเองก็สั่งซื้อเรือรบจากจีนเช่นกัน ของซื้อของขาย ใครมีสตางค์ก็มาเอาไป ไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง
อาเซียนเปรียบเหมือนหลังบ้านของจีน ที่จีนต้องให้ความสนใจให้ความเป็นมิตรกับทุกประเทศ จะให้ใครมากกว่าใครเป็นเรื่องของจีนและเรื่องของผลประโยชน์แห่งชาติร่วมกัน mutual interest และยังขึ้นอยู่กับระดับของความไว้วางใจและความเชื่อใจที่มีต่อกัน หน้าฉากอาจจะกอดกันแน่น แต่หลังฉากอาจจะแอบเบ้หน้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นหรือไม่ระหว่างกัน
ไทยไม่ต้องระแวงจีนว่า จีนจะรักไทยน้อยกว่าชาติอื่น ไม่มีใครรักใครอย่างดูดดื่มจนลืมผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของตนเอง ไทยก็เช่นกัน ต้องไม่รักจีนจนทิ้งมหาอำนาจชาติอื่น ไทยต้องถ่วงดุลทุกมหาอำนาจ เพื่อผลประโยชน์ของไทย