โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อาลัย "นักสืบระดับตำนาน" ฝืนเฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นใจ เขียนตำราไขคดีจนเสร็จ

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อาลัย

อาลัย "นักสืบระดับตำนาน" แพทย์เผยฝืนร่างกายเฮือกสุดท้าย เขียนตำราทิ้งไว้เป็นมรดกแห่งวงการนิติวิทยาศาสตร์

วงการนิติวิทยาศาสตร์โลกสูญเสียบุคลากรคนสำคัญ ดร. เฮนรี่ ลี (Henry Lee) หรือ หลี่ ชาง อวี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์หลักฐานชื่อดังที่เคยมีส่วนร่วมในคดีประวัติศาสตร์ระดับโลกมากมาย ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยวัย 87 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ณ บ้านพักในเมืองเฮนเดอร์สัน รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา หลังจากล้มป่วยได้เพียงไม่นาน ทิ้งไว้เพียงตำนานแห่งการปฏิรูปการสืบสวนสถานที่เกิดเหตุสมัยใหม่ให้กลายเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

แถลงการณ์จากครอบครัวและมหาวิทยาลัยนิวเฮเวน (University of New Haven) ระบุว่าท่านจากไปอย่างสงบ โดยในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านต้องเผชิญกับความเสื่อมถอยของร่างกายตามธรรมชาติ แต่ยังคงเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณที่เข้มแข็งเพื่อฝากองค์ความรู้ชิ้นสุดท้ายไว้ให้คนรุ่นหลัง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเวชศึกษาจากโรงพยาบาลไทเปเวเทอรันส์ (Taipei Veterans General Hospital) ที่ระบุถึงสัญญาณความเสื่อมถอย 5 ประการหลักก่อนถึงแก่กรรม

เส้นทางจากนายตำรวจไต้หวันสู่ปรมาจารย์นิติวิทยาศาสตร์

ดร. เฮนรี่ ลี เกิดในประเทศจีน ก่อนจะย้ายไปเติบโตที่ไต้หวันและสำเร็จการศึกษาด้านการบริหารงานตำรวจจนได้ครองยศร้อยตำรวจเอก ต่อมาในปี 1964 ท่านได้ย้ายไปตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกาและคว้าปริญญาขั้นสูงด้านนิติวิทยาศาสตร์และชีวเคมี ผลงานที่สร้างชื่อให้ท่านเป็นที่รู้จักในวงกว้างครั้งแรกคือ คดีหายตัวไปของ "เฮลเล่ คราฟต์ส" ในปี 1986 โดย ดร. ลี สามารถพิสูจน์ความผิดของสามีผู้ก่อเหตุได้แม้จะไม่มีศพ ด้วยการค้นหาชิ้นส่วนกระดูกขนาดจิ๋วและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อื่นๆ ใกล้กับที่เกิดเหตุ

หลังจากนั้น ดร. ลี ได้ก้าวเข้าสู่สปอตไลท์ระดับโลกจากการเป็นพยานปากสำคัญในคดีฆาตกรรมของ "โอ.เจ. ซิมป์สัน" เมื่อปี 1995 รวมถึงเป็นที่ปรึกษาในคดีดังอีกมากมาย อาทิ คดีจอนเบเนต์ แรมซีย์ และคดีสกอตต์ ปีเตอร์สัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของอาชีพ ท่านได้เผชิญกับมรสุมหลังศาลรัฐบาลกลางในปี 2023 มีคำตัดสินเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในคดีเมื่อปี 1985 ซึ่งท่านได้ยืนหยัดปกป้องชื่อเสียงและผลงานของตนเองมาโดยตลอด

5 สัญญาณร่างกายช่วงวาระสุดท้ายที่ ดร. เฮนรี่ ลี ต้องเผชิญ

ในช่วงที่ท่านล้มป่วยก่อนจากไป ข้อมูลทางเวชศึกษาระบุว่าบุคคลที่ใกล้ถึงแก่กรรมจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่สำคัญ ซึ่งเป็นภาวะที่ ดร. ลี ต้องฝ่าฝันเพื่อทำภารกิจสุดท้ายให้สำเร็จ ดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้สึกตัว: ร่างกายอ่อนแอลง นอนหลับนานขึ้น และอาจมีอาการสับสนหรือภาพหลอน
  • ปัญหาระบบย่อยอาหาร: ความอยากอาหารลดลง ระบบย่อยทำงานช้าลง และมีความลำบากในการกลืน
  • การเปลี่ยนแปลงของระบบหายใจ: มีน้ำลายคั่งบริเวณลำคอจนเกิดเสียงหายใจครืดคราด (Death Rattle) หรือหายใจไม่เป็นจังหวะ
  • ระบบไหลเวียนโลหิต: ความดันโลหิตลดลง มือและเท้าเย็นจัด มีสีซีดหรือเขียวคล้ำจากการไหลเวียนเลือดบกพร่อง
  • ปัญหาด้านการขับถ่าย: ไตทำงานลดลงทำให้ปัสสาวะน้อยลงมากหรือสีเข้มจัด

จิตวิญญาณยอดนักสืบ: ฝากผลงานเล่มสุดท้ายก่อนจากไปเพียง 2 วัน

ท่ามกลางสภาวะร่างกายที่ถดถอย ดร. เฮนรี่ ลี ยังคงยืนหยัดขอให้ลูกศิษย์ช่วยรวบรวมองค์ความรู้ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต มีรายงานว่าท่านได้ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายทำเนื้อหาในรูปแบบคำบอกเล่าจนกลายเป็นหนังสือ "วิธีการใช้แนวคิดสมัยใหม่ไขคดีค้างเก่า" (How to Solve Cold Cases with Modern Thinking) โดยท่านได้จากไปอย่างสงบเพียง 2 วันหลังจากที่รวบรวมเนื้อหาดังกล่าวเสร็จสิ้น

ความพยายามของท่านที่ฝืนทนต่อความไม่สบายตัวในช่วงวาระสุดท้าย สะท้อนถึงความเสียสละและความรักในวิชาชีพอย่างหาที่สุดไม่ได้ เจนส์ เฟรเดอริกเซน อธิบดีมหาวิทยาลัยนิวเฮเวน กล่าวชื่นชมว่ามรดกทางปัญญาของท่านจะยังมีชีวิตอยู่ผ่านนักศึกษาและบุคลากรด้านกฎหมายรุ่นต่อไปทั่วโลกที่ท่านได้สร้างขึ้นตลอดเส้นทางอาชีพที่รุ่งโรจน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...