ไทยมีน้ำมันใช้เพิ่ม 118 วันเต็ม จับตาช่องแคบฮอร์มุซสะเทือนราคาโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์พลังงานประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากยิงตอบโต้กันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดโลกกังวลว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกอาจหยุดชะงัก กระทบอุปทานและการขนส่งน้ำมันทั่วโลก
แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังมีผล และมีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม แต่สถานการณ์ล่าสุดยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลก
โดยช่วงเช้าวันนี้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากแรงกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับวันก่อนหน้า ราคาน้ำมันโลกยังถือว่าปรับลดลง หลังนักลงทุนเริ่มคลายกังวลจากข่าวเตรียมเปิดเส้นทางเดินเรือและความคืบหน้าการหยุดยิงชั่วคราว
ด้านสถานการณ์น้ำมันในประเทศ กระทรวงพลังงานยืนยันว่าไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้ประมาณ 118 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 28 วัน น้ำมันระหว่างขนส่ง 37 วัน และน้ำมันที่ยืนยันจัดหาแล้วอีก 28 วัน
ขณะที่ข้อมูลเฉลี่ยระหว่างวันที่ 1-6 พฤษภาคม 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้วันละ 69.76 ล้านลิตร และมีการจำหน่ายเฉลี่ยวันละ 57.23 ล้านลิตร
ส่วนมาตรการช่วยลดค่าครองชีพ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 0.85 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับราคาตลาดโลกที่อ่อนตัวลง ส่งผลให้ราคาดีเซล B7 เหลือ 39.95 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 เหลือ 32.95 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 42.45 บาท แก๊สโซฮอล 91 อยู่ที่ 42.08 บาท และ E20 อยู่ที่ 35.45 บาทต่อลิตร
เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันกับประเทศอาเซียน พบว่าราคาน้ำมันเบนซินของไทยอยู่ที่ 42.45 บาทต่อลิตร ยังต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ ที่มีราคาอยู่ระหว่าง 45.19-88.04 บาทต่อลิตร
ขณะที่ราคาดีเซลไทยอยู่ที่ 39.95 บาทต่อลิตร ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเช่นกัน โดยประเทศอื่นมีราคาอยู่ระหว่าง 44.31-114.76 บาทต่อลิตร
สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ยังติดลบอยู่ที่ 63,364 ล้านบาท แต่มีรายรับเข้ากองทุนเฉลี่ยวันละประมาณ 75.65 ล้านบาท