iLaw-เครือข่ายภาคประชาชนบุก กกต. จี้เปิดผลเลือกตั้ง-ประชามติรายหน่วยให้ครบ
iLaw-เครือข่ายภาคประชาชนบุก กกต. ‘ยกขบวนทวงคะแนน’ จี้เปิดผลเลือกตั้ง-ประชามติรายหน่วยให้ครบ หลังครบ 90 วัน ยังพบข้อมูลไม่สมบูรณ์ ขณะที่ WeWatch ยื่น 6 ข้อคืนความโปร่งใส-ยุติดำเนินคดีประชาชน ด้านเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญประกาศจับตาแก้ รธน.ฉบับใหม่ รัฐบาลชุดปัจจุบัน
วันนี้ (8 พ.ค. 69) เวลา 13.30 น. ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เครือข่ายภาคประชาชน นำโดย iLaw WeWatch และเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ หรือ CALL จัดกิจกรรม “ยกขบวนทวงคะแนน กกต.” เพื่อเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 และผลการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญให้ครบทุกหน่วยออกเสียงทั่วประเทศ โดยกิจกรรมเริ่มต้นจากการแถลงของตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ก่อนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการตัดริบบิ้น เพื่อเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลการนับคะแนนให้ครบถ้วน
นายชยพล ดโนทัย จาก iLaw กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า หลังจากที่ กกต. ทยอยเผยแพร่ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. รายหน่วย ผ่านแบบ สส.5/18 และแบบ สส.5/18 (บัญชีรายชื่อ) จนถึงวันนี้ครบ 90 วัน หรือผ่านมากว่า 3 เดือน จากหน้าร้อนจนตอนนี้เข้าสู่หน้าฝนแล้ว แต่ยังพบว่าหลายเขตเลือกตั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลไม่สมบูรณ์ โดยพบทั้งกรณีไฟล์หาย การอัปโหลดผิดพลาด และการอัปโหลดซ้ำ ขณะที่ผลการออกเสียงประชามติ ประชาชนรับทราบเพียงตัวเลขภาพรวมทั้งประเทศ คือเสียงเห็นชอบ 21.6 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 11.2 ล้านเสียง และไม่แสดงความคิดเห็น 3 ล้านเสียง จึงขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้ กกต. เปิดเผยผลการนับคะแนนเลือกตั้งให้ครบทุกเขต และเปิดเผยผลคะแนนการออกเสียงประชามติในทุกเขตทั่วประเทศไทยโดยเร็ว พร้อมเปิดเผยในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้สะดวก
พร้อมยกตัวอย่างว่า ในจังหวัด กาฬสินธุ์ พบว่าขาดข้อมูลอย่างน้อย 18 หน่วยเลือกตั้งในหลายเขต เช่น เขต 1 อำเภอเมือง ตำบลไผ่ และหน่วยเลือกตั้งที่ 9 ที่ไม่พบเอกสารทั้ง สส.5/18 และ สส.5/18 (บัญชีรายชื่อ) นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลของจังหวัด อุบลราชธานี อำเภอตาลสุม ผ่านระบบออนไลน์ กลับพบเพียงหน่วยเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเดียว ทั้งที่ตามปกติ 1 เขตเลือกตั้งจะประกอบด้วยหลายหน่วยเลือกตั้งย่อย ซึ่งถือเป็นหลักฐานยืนยันว่าการรายงานคะแนนของ กกต. ยังไม่ครบถ้วน 100%
ด้าน นายพงศธร กันทวงค์ จาก WeWatch หรือวีวอทช์ แถลงข้อเรียกร้อง 6 ข้อ เพื่อคืนความโปร่งใสให้กระบวนการเลือกตั้ง ได้แก่ ให้ กกต. ชี้แจงงบประมาณการจัดการเลือกตั้ง แก้ปัญหาจากการเลือกตั้งล่วงหน้า ยุติการฟ้องร้องประชาชน คัดค้านการใช้ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ผลักดันการใช้ CCTV ในกระบวนการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้พรรคการเมืองร่วมปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“เรามีประเด็นที่ทุกท่านน่าจะทราบกันดี กกต.มีการฟ้องร้องนักวิชาการ สื่อมวลชน ประชาชน ที่มาใช้สิทธิของตนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบการจัดการเลือกตั้ง แต่กลับมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความโปร่งใสของ กกต. รวมถึงสร้างความหวาดกลัวในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน” นายพงศธรกล่าว
ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล จากเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ หรือ CALL กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้ง สส. ปี 2569 มีปัญหาอย่างมาก และส่วนหนึ่งเกิดจากบทบาทขององค์กรอิสระอย่าง กกต. ซึ่งเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง แต่กลับมีข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประชาชนออกมาแสดงจุดยืนในครั้งนี้ พร้อมระบุว่า ภาคประชาชนจะติดตามวาระการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างใกล้ชิด และหากมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ภาคประชาชนจะรณรงค์เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสำคัญว่าผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ด้าน นาย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ “เป๋า” ผู้อำนวยการ iLaw กล่าวว่า ภายในประมาณ 30 วันจากนี้ กกต. จะต้องมีคำวินิจฉัยและคำสั่งในคดีทุจริตการเลือกสมาชิก วุฒิสภา (สว.) ซึ่งเมื่อเวลาผ่านมาจนถึงตอนนี้ ปรากฏว่า กกต. มากกว่าครึ่งหนึ่งมีที่มาจาก สว. กลุ่มที่กำลังถูกตั้งข้อกล่าวหาอยู่ ดังนั้น ทางออกในสถานการณ์ปัจจุบันมีเพียงทางเดียว คือ กกต. ต้องไม่ใช้อำนาจวินิจฉัยด้วยตนเอง แต่ควรออกคำสั่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย เพื่อให้กระบวนการมีความชอบธรรมและได้รับการยอมรับจากสังคม
นายยิ่งชีพกล่าวต่อว่า หากในเวลาไม่กี่วันข้างหน้า กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้องคดี สว. ที่มีบทบาทเลือก กกต. เข้ามาเอง ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงข้อครหาจากสังคมเรื่องการเอื้อประโยชน์กันไม่ได้ และหากเกิดกรณีดังกล่าว ภาคประชาชนจำเป็นต้องดำเนินคดีกับ กกต. ในฐานะใช้อำนาจโดยมิชอบเท่าที่กฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ พร้อมระบุว่า ในฐานะผู้ติดตามกระบวนการเลือก สว. มาอย่างต่อเนื่อง ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งคะแนนเสียง เส้นทางการโอนเงิน สถานที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่หาก กกต. ใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรมจนทำให้คดีสิ้นสุดลง ก็จำเป็นต้องนำข้อมูลทั้งหมดเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้สังคมเป็นผู้ตัดสินแทนกระบวนการทางกฎหมายต่อไป